เมืองหย่ง ศูนย์การค้าครบวงจร
“ฮัดชิ่ว!”
ลู่หลีขยี้จมูก สายตาเลื่อนไปยังสะโพกกลมกลึงเด้งสู้มือของสาวพัลรุส
หางแมวขนฟูแกว่งไปมา ราวกับยั่วยวนให้คนทำบาป
ลู่หลีเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยปาก
“อลิสซา เธอขนร่วงหรือเปล่า”
“หา” อลิสซาหันกลับมาอย่างลนลาน “ไม่ ไม่นะ...”
“แล้วทำไมฉันถึงจามไม่หยุด...”
“หรือว่าเป็นเพราะ ‘มารโลหิตกัดกร่อน’”
“เป็นไปได้...” ลู่หลีขยี้จมูกอีกครั้ง ยังรู้สึกอึดอัดอยู่บ้าง
แม้จะมีประสบการณ์จากชาติก่อน แต่ลู่หลีไม่เคยรับรู้ถึงความรู้สึกด้านลบจาก ‘มารโลหิตกัดกร่อน’ เลย
เพราะชาติก่อนเมื่อถูก ‘มารโลหิตกัดกร่อน’ เขาจะกำจัดทิ้งทันที ไม่ปล่อยให้ยืดเยื้อแบบนี้
หลินชิ่นเยวี่ยนี่มันหายนะชัดๆ!
ถ้านางไม่ได้ถูกจับตัวไป เขาก็คงไม่ต้องทนทุกข์แบบนี้
พอคิดถึงเวลาใช้งานสกิล[การสังหารนองเลือด]ที่เหลืออีกเกือบ 15 ชั่วโมง ในใจของลู่หลีก็พลุ่งพล่านไปด้วยความหงุดหงิด
อลิสซาเห็นสีหน้าบึ้งตึงของลู่หลี จึงพูดเบาๆ
“นายท่าน ข้ามีวิธีหนึ่ง บางทีอาจลบล้างผล ‘มารโลหิตกัดกร่อน’ ได้”
ลู่หลีฟังแล้วตาเป็นประกาย
“วิธีอะไร”
อลิสซาไม่รู้คิดอะไรขึ้นมา จู่ๆ ใบหน้าก็แดงก่ำ พูดอ้ำอึ้ง
“รีบบอกมา อย่าทำให้ลุ้น”
“โลหิตสาวพรหมจรรย์...” อลิสซาค่อยๆ เปล่งเสียงออกมาสามคำราวกับยุงร้อง
จากนั้นก็เหมือนเสียใจที่พูดออกไป รีบเสริมว่า
“แค่ เป็นตำรับยาเถื่อนเท่านั้น ไม่รู้ว่าจะได้ผลหรือไม่...”
