เมื่อคิดได้ดังนั้น ลู่หลีก็เอ่ยปากทันที
“คุณแม่ครับ เลื่อยโซ่ของคุณขายไหม”
สิ้นคำพูด แม่หมูกับนิกิตาต่างพากันชะงัก
นิกิตามองลู่หลีอย่างกับมองคนวิกลจริต แล้วกระตุกชายเสื้อเขาอย่างแรง พลางลดเสียงลง
“นี่คุณจะทำอะไร กินซุปเนื้อหมาป่าไปนิดหน่อยแล้วเมาหรือ อย่าไปยั่วโมโหแม่หมูสิ!”
ลู่หลียังคงสีหน้าปกติ แววตาจริงจังอย่างที่สุด
“คุณแม่ครับ ผมชอบเลื่อยโซ่นี้มากเลย ถ้าขายไม่ได้ ก็ให้ผมยืมใช้สักสองสามวันก็ยังดี!”
ความประหลาดใจบนหน้าแม่หมูค่อย ๆ จางหายไป นางสูบซิการ์เข้าไปลึก ๆ
“ขายให้เจ้าไม่ได้หรอก นี่เป็นของขวัญที่พรานป่าให้มา มันมีความหมายมาก”
“แต่จะให้ยืมใช้สักสองสามวันก็ไม่มีปัญหาอะไร แต่ว่า…”
แววตาของแม่หมูเปล่งประกายเจ้าเล่ห์
“เจ้าหมูน้อย เพื่อป้องกันไม่ให้เจ้าถือเลื่อยโซ่แล้วหนีไปดื้อ ๆ เจ้าต้องเอาของที่มีมูลค่าพอกันมาค้ำประกัน!”
ลู่หลีแอบยิ้มขมอยู่ในใจ
เดิมทีเขาไม่ได้คิดจะคืนเลยด้วยซ้ำ
แต่ตอนนี้แม่หมูพูดออกมาแล้ว เขาก็ไม่สะดวกจะต่อรองอีก
“ครับ ผมจะเอาของชิ้นนี้ค้ำประกัน”
ระหว่างพูด ลู่หลีก็หยิบกริชเขี้ยวสัตว์ประหลาดออกมาจากแหวนมิติ
แม่หมูรับมาดูผ่าน ๆ แล้วผงกศีรษะ
“อืม? ไอเทมประเภทเติบโตนี่ มันหายากอยู่ มีมูลค่ามากพอที่จะค้ำประกัน”
“เลื่อยโซ่เอาไปเถอะ แต่อย่าทำพังก็แล้วกัน”
“ขอบคุณครับคุณแม่!” ลู่หลีกล่าวคำขอบคุณ ลุกขึ้นเก็บเลื่อยโซ่เข้าแหวนมิติ
กระบวนการทั้งหมดรวดเร็วต่อเนื่องจนนิกิตามองตาค้าง
นี่ลู่หลีเอาเลื่อยโซ่ไปได้จริง ๆ หรือ?
