ในที่สุดประตูใหญ่ก็ถูกทุบจนเป็นรู
เซี่ยซานฟู่ก้มตัวลอดเข้าไป แสงจากไฟฉายส่องสว่างทั่วห้องทดลอง
บนพื้นห้องทดลองมีกระดาษกระจัดกระจาย เครื่องมือต่าง ๆ ปกคลุมด้วยฝุ่น เธอลากสังขารเดินวนรอบหนึ่ง เมื่อไม่มีข้อความแจ้งว่าภารกิจเสริมสำเร็จ จึงเดินไปยังตำแหน่งของทางเดิน
ประตูทางเดินนี้กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับผนังสีเงินขาว หากไม่ใช่เพราะเธอเคยใช้แว่นมองข้ามความมืดส่องทะลุ แล้วจดจำตำแหน่งนี้ไว้ ใครจะคิดว่าตรงนี้มีประตูอยู่ด้วย
เธอทุบประตูอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง โชคดีที่ประตูไม่ได้หนามาก ทุบสิบกว่าครั้งก็เปิดออก เผยให้เห็นทางเดินคดเคี้ยว
เซี่ยซานฟู่ลากกระบองเขี้ยวหมาป่าเดินเข้าไป
สิบนาที ยี่สิบนาที สามสิบนาที ในที่สุด ขณะที่ภาพตรงหน้าเซี่ยซานฟู่เริ่มพร่าเลือนมากขึ้นเรื่อย ๆ ประตูโค้งสีเงินขาวบานหนึ่งก็ปรากฏขึ้น
เธอเหวี่ยงกระบองทุบใส่ทันที
ประตูบานนี้คงแข็งแรงหนามาก เธอทุบไปหลายสิบครั้งถึงจะเกิดหลุมตื้น ๆ ขึ้นมาได้
เซี่ยซานฟู่พลันหัวเราะออกมา จริงด้วย การใช้ชีวิตจะหวังพึ่งโชคอย่างเดียวไม่ได้ ตอนนั้นเธอควรลงจากชั้นใต้ดินสิบสองไปยังชั้นเก้าบนพื้นดิน หาโต๊ะซ่อมแซม แล้วซ่อมฟังก์ชันตาข่ายเลเซอร์ของไฟฉายให้กลับมาใช้ได้
แต่ตอนนี้เธอไม่มีแรงเดินย้อนกลับไปแล้ว
เซี่ยซานฟู่ทรุดตัวนั่งพิงประตูใหญ่ หากตอนอยู่ชั้นใต้ดินสิบสอง เธออาศัยพลังเจตจำนงฝืนลากร่างที่บาดเจ็บไปฆ่าไนท์ฟีนด์กว่าร้อยตัวจนหมด ตอนนี้ร่างกายก็เริ่มประท้วงแล้ว
เรี่ยวแรงราวกับถูกสูบออกจากร่าง ความเหนื่อยล้าอย่างรุนแรงพยายามบังคับให้เธอปิดตา ปิดสมอง
หน้าผากร้อนผ่าวราวกับจะเผาผลาญสติสัมปชัญญะทั้งหมดของเธอ
ไม่ได้ เธอจะหมดสติไปแบบนี้ไม่ได้
ดวงตาของเธอปิดลงอย่างควบคุมไม่ได้ เธอพยายามคว้าบางสิ่งไว้เพื่อให้ตัวเองยังมีสติ
เธอเพิ่งฉลองวันเกิดอายุครบสิบเก้าปีไปไม่นาน นับอายุแบบจีนก็ยี่สิบปีแล้ว เพราะเหตุผลบางอย่าง เธอจึงเข้าเรียนช้ากว่าเพื่อนสองปี เพิ่งสอบเกาเข่าเสร็จ ปกติก็เรียนหนังสือ บางครั้งเล่นเกม เล่นบอล วาดรูปแก้เบื่อ มีเพื่อนสนิทสามถึงห้าคน ไม่มีญาตินิสัยแย่ ๆ
