ลู่จือจือกำลังจุดธูปเช้ามื้อแรกให้อาจารย์ จู่ ๆ ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง
นางคารวะอาจารย์ด้วยการโขกศีรษะอย่างเคารพ แล้วจึงหันกายลุกขึ้นยืน
“คุณแม่ อรุณสวัสดิ์ค่ะ”
มารดาสวมชุดนอน ยืนอยู่ด้านหลังนาง
เมื่อคืน ลู่จือจืออยากอธิบายแทนผู้เป็นพ่อ แต่ถูกมารดาปฏิเสธ
ครั้งนี้มารดากลับมาเพื่อเอาสัมภาระ ไม่คิดว่าจะมาเจอเรื่องของลู่อวี้เหยาเข้า จึงยังไม่ได้จากไปไหน พักอยู่ที่นี่ต่อ
แต่นางก็ไม่ยินดีอยู่ร่วมห้องกับผู้เป็นพ่ออีก จึงไปนอนกับลู่จือจือในห้องของนางเมื่อคืน
ที่จริงบ้านตระกูลลู่มีห้องว่างมากมาย แต่มารดาก็ยังเลือกนอนกับลู่จือจือ
หลายปีมานี้ ลู่จือจือนอนคนเดียวตลอด เมื่อนอนบนเตียงจึงตัวแข็งทื่อเล็กน้อย
มารดาดูเหมือนจะสัมผัสได้ถึงความไม่คุ้นชินของนาง จึงยื่นมือมาตบที่ไหล่เป็นจังหวะ
เหมือนตบทารกน้อยอย่างไรอย่างนั้น
ลู่จือจือได้กลิ่นหอมอบอุ่นจากกายมารดา หลับไปอย่างสบายยิ่งนัก
เบื้องหลัง มารดาลูบผมอย่างเรียบร้อย พลางมองไปยังแผ่นป้ายวิญญาณในห้องแต่งตัว
“จือจือ นี่มัน...”
ลู่จือจือเกรงมารดาโกรธ จึงรีบอธิบาย
“คุณแม่คะ นี่คือแผ่นป้ายวิญญาณของอาจารย์ลูก”
“ตระกูลเหรินไม่ดีกับลูกนัก เกือบทำลูกหายไป เป็นอาจารย์ที่เก็บลูกไปส่งคืนตระกูลเหริน ทั้งยังสอนวิชาให้ หากไม่มีอาจารย์ ลูกคงไม่อยู่ถึงทุกวันนี้”
ในใจลู่จือจือกระวนกระวายยิ่งนัก
นี่คือแผ่นป้ายวิญญาณ ใครรู้ว่าคนอื่นบูชาไว้ในบ้านก็ต้องรู้สึกอัปมงคลทั้งนั้น
