ลู่จือจือเองก็เป็นมนุษย์ ย่อมมีเจ็ดอารมณ์หกปรารถนา รับรู้ได้ถึงความโกรธเกรี้ยว
บางเรื่อง ไม่คิดถึง แต่มิได้หมายความว่าจะไม่ติดใจ
ในจิตใจคนเราล้วนมีมุมมืดอยู่บ้าง
หลังจากกลับมาตระกูลลู่ เห็นบิดามารดาตามใจและโปรดปรานลู่อวี้เหยา รวมถึงปกป้องอย่างไม่คิดผลเสียใด ๆ
นางก็อิจฉา และริษยาเช่นกัน
นางโทษว่าเป็น ‘โชคชะตา’ ครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่า ‘โชคชะตา’ นี้กลับเกิดจากฝีมือมนุษย์
กระทั่งตุ๊กตาดินยังมีสามส่วนเป็นเนื้อดิน ยิ่งนับประสาอะไรกับนางลู่จือจือที่มิใช่ตุ๊กตาดิน
นางอดมิได้ที่จะกระชากปกเสื้อของลู่อวี้ซู
“ลู่อวี้ซู ข้าบอกเจ้ามากี่ครั้งแล้วว่า อย่าพยายามท้าทายขีดจำกัดของข้า และอย่าบั่นทอนความอดทนของข้า”
“เจ้ารู้หรือไม่ว่าเหตุใดข้าจึงไม่เคยเห็นเล่ห์เหลี่ยมของเจ้าอยู่ในสายตาเลย?”
“ก็เพราะเจ้าไม่คู่ควรจะเป็นคู่ต่อสู้ของข้าด้วยซ้ำ”
“ข้าให้เกียรติเจ้า แต่เจ้ากลับไม่รับ แถมยังพยายามเหยียบย่ำถึงหน้าข้า!”
ลู่จือจือเหวี่ยงลู่อวี้ซูลงกับพื้นอย่างแรง
“คิดว่าเรื่องเน่า ๆ ของเจ้า คนอื่นไม่รู้หรืออย่างไร?”
“เรื่องของอวี้เหยา มันเป็นทางเลือกของนางเองก็จริง แต่เจ้าได้ตามใจนางหรือไม่ ใจเจ้านั่นรู้ดีที่สุด”
มารดาหลับตาลง มิได้กล่าวอันใด
ลู่อวี้ซูใจกระตุก ลุกขึ้นมาจากพื้น อยากจะคลานไปหาเบื้องหน้ามารดา
“ท่านแม่ เป็นลูกเองที่ไม่ดี ไม่ควรตามใจอวี้เหยานัก”
“แต่นางเป็นผู้ที่ลูกเฝ้ามองจนเติบใหญ่ ลูกทนเห็นนางเสียใจมิได้!”
