ได้ยินถึงตรงนั้น เสวียนหยางรีบปรบมือรับรองติดต่อกัน
“ที่เจ้าว่ามานั้นถูกต้องแล้ว ยังไงยังมีเหตุผล รีบเอาไข่มุกมาให้ข้าเถอะ”
เสวียนหยางรับไข่มุกมาอย่างรอคอยไม่ไหว แล้วหยดเลือดแก่นของตนลงไป
ดวงตาของเสวี่ยหมิงส่องประกายวาบหนึ่ง แต่มิได้กล่าวอะไรเพิ่มเติม
เมื่อหยางฟานหยดเลือดแก่นเสร็จ เสวี่ยหมิงจึงหยิบไข่มุกขึ้นมา
จากนั้นเดินไปยังข้างเนินเขาน้อย ก้มตัวลงแล้วขว้างไข่มุกนั้นออกไป
ครั้นไข่มุกโบยบินออกไป กลิ่นคาวเลือดอันรุนแรงก็แผ่กระจายไปทั่วบริเวณ
ไม่ช้า เสียงร้อง “อ๊บ ๆ” ก็ดังมาจากด้านข้าง
ต่อจากนั้น หยางฟานจึงเห็นคางคกน้ำแข็งสูงกว่าสิบจั้งกระโดดลงมาจากเนินเขาน้อย
คางคกน้ำแข็งตัวนี้ขาวโพลนทั้งตัว เมื่อก่อนหลอมรวมอยู่กับภูเขาน้ำแข็งจนมองไม่ออกเลย
ที่กระทั่งคางคกน้ำแข็งกระโดดลงมา พวกเขาจึงได้เห็นรูปลักษณ์ชัดเจน
ทันทีนั้นเอง คางคกน้ำแข็งก็พุ่งไล่ตามไข่มุกไป
เห็นดังนั้น เสวี่ยหมิงจึงชี้ไปข้างหน้า
“ไป พวกเราไปที่รังเก่าของคางคกน้ำแข็งกัน”
กล่าวจบ เสวี่ยหมิงก็รีบพาเสวียนหยางและหยางฟานมุ่งหน้าสู่เนินเขาน้อย
ทั้งหลายพุ่งไปถึงขอบเนินเขาน้อยอย่างรวดเร็ว เสวี่ยหมิงคลำหาไปรอบ ๆ
ก็พบรังเก่าของคางคกน้ำแข็งในเวลาไม่นาน
แต่เพียงเข้าใกล้รังเก่าของคางคกน้ำแข็ง ทุกคนก็กลั้นหายใจทันที
“ที่นี่มันเหม็นเหลือเกินจะทำไปได้!”
เสวียนหยางชักไม่ไหวโบกมือไปมา
ภายในรังของคางคกน้ำแข็งกำลังส่งกลิ่นคาวเหม็นฉุนอันหนักอึ้งออกมา
ได้ยินดังนั้น เสวี่ยหมิงข้าง ๆ จึงยิ้ม
“ล้อเล่นอะไรกัน คนที่มาตายที่นี่ไม่รู้มีกี่ร้อยกี่พัน เหม็นหน่อยก็เรื่องธรรมดา”
