“นั่น ตรงนั้นคือสุสานกระบี่”
ศิษย์คนหนึ่งชี้ไปยังเนินสุสานสูงใหญ่ทางด้านนั้น
หยางฟานรีบพยักหน้า
แต่ไม่นานเขาก็เก็บสายตากลับ หากแสดงท่าทีสนอกสนใจเกินไป คนเหล่านี้ย่อมสงสัยแน่
“ในสุสานกระบี่ฝังดาบวิเศษของผู้บำเพ็ญกระบี่แห่งอารามชิงอวิ๋นเราทุกยุคทุกสมัยเอาไว้ ก่อนผู้บำเพ็ญกระบี่ทุกคนจะเริ่มฝึกฝน ล้วนต้องเข้าไปเลือกอาวุธที่เหมาะกับตน”
ศิษย์คนหนึ่งกล่าวด้วยแววตาอิจฉา เห็นได้ชัดว่าเขายังไม่มีคุณสมบัติพอจะเข้าไปเลือกอาวุธ
“ไปกันเถอะ ครั้งแรกที่มาใคร ๆ ก็รู้สึกแปลกใหม่ พอได้เห็นสักสองสามครั้งก็ชินเอง”
ศิษย์อีกคนที่ดูเฉื่อยชากล่าวขึ้นอย่างเรียบเฉย คนอื่น ๆ ไม่กล้ารอช้า รีบพาหยางฟานมุ่งหน้าเข้าไปในหุบเขา
เมื่อผ่านปล่องไฟสูงใหญ่หลายต้น ด้านหน้าก็ปรากฏกระท่อมไม้เรียงเป็นแถว มีช่างหลอมและคนรับใช้เดินเข้าออกอยู่เป็นครั้งคราว
เห็นได้ชัดว่าที่นี่เป็นที่พักอาศัยของคนรับใช้และช่างฝีมือเหล่านี้
แต่หยางฟานกวาดตามองไปทั่ว กลับไม่เห็นแท่นหลอมหรือสิ่งของทำนองนั้นเลย
เขาเห็นเพียงทางเข้าที่ดูคล้ายอุโมงค์อยู่ด้านหน้า
“ไหนบอกว่าจะมาหอหลอม...”
หยางฟานมองคนอื่น ๆ อย่างฉงนใจ
“ดูท่าเจ้ายังไม่รู้สินะ ข้านึกว่าตอนเจ้ามาถึง อาวุโสเสวียนหยางบอกเจ้าแล้วเสียอีก เอาเถอะ ข้าจะเล่าให้ฟัง”
ศิษย์คนหนึ่งอธิบายอย่างใจเย็น
“หุบเหล่ากระบี่ทั้งหมดแบ่งเป็นหลายหอ หอวัตถุดิบมีหน้าที่ดูแลวัตถุดิบ”
“หอถลุงมีหน้าที่หลอมโลหะ เห็นเตาเหล่านั้นทางด้านโน้นหรือไม่ นั่นคือของหอถลุง”
หยางฟานมองไปตามทิศที่ศิษย์ผู้นั้นชี้ เห็นเตาขนาดใหญ่กว่าสิบเตา ซึ่งกำลังพ่นควันออกมาไม่หยุด
