เพราะผู้บำเพ็ญบางคนที่ชำนาญวิชาหลบซ่อนสายธาตุดินสามารถลอดมาทางใต้ดินได้ ตราบใดที่ผนึกใต้ดินนี้ให้มิดชิด คนอื่นก็จะเข้าใกล้ไม่ได้
หยางฟานเองก็เริ่มอยู่ไม่สุข กวาดสายตามองรอบกายหนึ่งรอบ แต่ก็คิดหาทางการไม่ออกสักที
จำใจไม่ได้ เขาจึงได้แต่เดินวนสำรวจรอบ ๆ หวังหาวิธีที่จะแก้ค่ายกลนี้
เมื่อเวลาผ่านไปช่วงนี้ หยางฟานก็ถือว่าเริ่มเข้าใจค่ายกลได้บ้างแล้ว
หลังมองดูรอบตัวแล้ว หยางฟานมั่นใจโดยประมาณว่าค่ายกลนี้เป็นค่ายกลประเภทป้องกันและแจ้งเตือน เพียงเข้าใกล้ค่ายกลในระยะไม่กี่สิบจั้ง ค่ายกลก็จะส่งสัญญาณออกไปยังผู้วางทันที
เห็นว่าไม่มีโอกาส หยางฟานจึงได้แต่จำใจหลุดออกมาจากที่ไกล ๆ แล้วกลับเข้าเรือนกระท่อมคนงานเช่นเดิม
ยังไม่รู้สถานการณ์แน่ชัด ก็ได้แต่ลุยทีละก้าวแล้วค่อยว่ากัน
แต่เห็นทีท่าการรักษาการที่แน่นหนาเช่นนี้ จะลงมือสักครั้งคงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก
กระนั้นเอง หน้าสุดขอบภูเขาสมบัติแต่เข้าไม่ได้ หยางฟานก็ยังไม่ยอมแพ้ เขายังอยากลองดูว่าจะนำหินวิญญาณข้างในออกมาเป็นของตนได้อย่างไร
แม้จะยกหินวิญญาณจากคลังออกมาทั้งกองไม่ใช่เรื่องจริงได้ แต่หยางฟานช่วงไม่กี่วันนี้ก็ขุดแร่หินวิญญาณได้มากพอสมควร เมื่อถึงเวลานั้นย่อมเป็นกำไรมหาศาลเช่นกัน
คิดเช่นนี้แล้ว หยางฟานจึงกลบเกลื่อนความหงุดหงิดในใจชั่วคราว แล้วนอนลงอย่างสงบ แสร้งเป็นมนุษย์ธรรมดาหลับตาบำเพ็ญปรับลมหายใจ
