"ใต้เท้าสวี่ผู้เฒ่าใส่ไคล้ข้าว่าข้าขโมยของของเขา แล้วแขวนข้าไว้ที่นี่"
"อ้อ อย่างนี้นี่เอง เจ้ามิใช่คนของตระกูลสวี่งั้นหรือ?"
เมื่อเห็นหยางฟานพยักหน้า เฒ่าเต๋าก็ถอนหายใจเฮือกหนึ่ง
"คนตระกูลสวี่นั้นร้ายกาจที่สุด ชอบเข่นฆ่าและปล้นชิง"
เฒ่าเต๋าพินิจมองหยางฟาน ใบหน้าอัปลักษณ์ของเขายัดเยียดรอยยิ้มออกมาแวบหนึ่ง
"พ่อหนุ่มเอ๋ย เพียงแค่เจ้าตอบรับช่วยข้าทำเรื่องหนึ่ง ข้าจะช่วยเจ้า เจ้าว่าดีหรือไม่?"
หยางฟานมิได้ตอบรับ
การป้อนดีโดยใช่เหตุ หาใช่แผนร้ายก็คือแผนปล้น
เขาหาคิดไม่ว่าเฒ่าเต๋าคนนี้จะช่วยเขาเพราะใจดีไม่
ทว่าก้มลงมองเสี่ยวเฮยที่หมดสภาพใกล้สิ้นลมเต็มทีแล้ว หยางฟานก็กัดฟันตอบ
"ท่านช่วยเสี่ยวเฮย ข้าจึงจะตกลงกับท่าน"
"เสี่ยวเฮยหรือ?"
เฒ่าเต๋าเหลียวซ้ายแลขวาอย่างประหลาดใจ กว่าเขาจะสังเกตเห็นหมาดำตัวหนึ่งที่ถูกหิมะกลบทับอยู่ข้างเท้าเอง
เขาหัวเราะแหะๆ หนึ่งที ปลดน้ำเต้าที่เอวออก จากนั้นก็เทยาออกมาหนึ่งเม็ดสีดำสนิท
"เรื่องนี้ง่ายนัก!"
เฒ่าเต๋ายกเสี่ยวเฮยขึ้น ยัดเม็ดยาลงในปากเสี่ยวเฮย
ไม่นานนัก เสี่ยวเฮยก็พยุงตัวลุกขึ้นได้อย่างทุลักทุเล
"เลี้ยงดูสักสองสามวัน ก็มีชีวิตอยู่ได้แล้ว อย่างไรเล่า เจ้าตกลงกับข้าแล้วใช่ไหม?"
หยางฟานพยักหน้า
"ท่านต้องการให้ข้าช่วยทำเรื่องอะไร?"
หยางฟานเอ่ย เฒ่าเต๋ากลับส่ายหน้า
"อย่าเพิ่งรีบร้อนไปเลย รอให้ข้ากับตระกูลสวี่สะสางความแค้นแต่ครั้งก่อนเสียก่อน แล้วจะค่อยๆ เล่าให้เจ้าฟัง"
เฒ่าเต๋าเอ่ยพลางหัวเราะหึๆ
มีเสียงดังกริ๊กๆ เฟื้อยแฟะขึ้นจากรอบทิศ
จากนั้นไม่นาน ฝูงหนูนับไม่ถ้วนก็มุดพรวดออกมาจากสารทิศ ไหลทะลักเข้าไปในเรือน
"อ๊ากก!"
เสียงร้องโหยหวนดังลอดออกมาจากเรือนต่างๆ
"หนู หนูมาจากไหนกันมากมายถึงเพียงนี้!"
ผู้คนในตระกูลสวี่วิ่งผลุนผลันออกมาจากเรือนด้วยเสื้อผ้าไม่เรียบร้อย ทว่าบนร่างของพวกเขา ณ ขณะนั้น เต็มไปด้วยหนูไต่ยั้วเยี้ย
"คุณชาย อย่าทิ้งข้า!"
ใต้เท้าสวี่ผู้เฒ่าเร่งฝีเท้าออกนอกประตู นางบำเรอของเขาก็เดินตามมาติดๆ ด้วยร่างอันเปลือยเปล่า
"ไปให้พ้น!"
ใต้เท้าสวี่ผู้เฒ่าผลักนางบำเรอกลิ้งหายเข้าไปในกองหนู หันหลังกลับก็หมายจะวิ่งหนี
ทว่าเขาเพิ่งสาวเท้าได้แค่สองก้าว ก็เห็นเฒ่าเต๋ายืนยิ้มเย็นมองเขาอยู่
"เจ้าเป็นใครกัน!"
ใต้เท้าสวี่ผู้เฒ่ามองคนผู้นี้ด้วยท่าทางตึงเครียด
"ข้าขอเตือนเจ้าไว้ก่อน บุตรสาวของข้าเป็นศิษย์ภายในของสำนักชิงอวิ๋นนะ หากเจ้ากล้าทำอันตรายข้า..."
"ข้ารู้ดี บุตรสาวของเจ้าสวี่หลงเยว่ ศิษย์ของสำนักชิงอวิ๋น"
เฒ่าเต๋าขัดจังหวะคำพูดของใต้เท้าสวี่ผู้เฒ่า พลางก้าวเข้าหา
"เจ้าถามว่าข้าเป็นใคร ไม่ทราบว่าใต้เท้าสวี่ผู้เฒ่ายังจำได้หรือไม่ ครอบครัวที่แซ่หานในตำบลหมู่ไม้?"
พูดพลาง เฒ่าเต๋าก็ขบเขี้ยวเคี้ยวฟันจ้องเขม็งไปที่ใต้เท้าสวี่ผู้เฒ่า
"ก็คือตระกูลหานที่ถูกตระกูลสวี่ของเจ้าล้างโคตรเมื่อ 80 ปีก่อนอย่างไรเล่า"
"เจ้า เจ้าคือลูกหลานที่เหลือรอดของตระกูลหาน!"
ใต้เท้าสวี่ผู้เฒ่าฉับพลันตื่นตระหนกจนเสียหลัก เขาตัวสั่นสะท้านพลางปรี่จะวิ่งหนี ทว่า ณ ขณะนี้ ฝูงหนูได้กรูกันเข้ามาจากโดยรอบแล้ว เขาล้อมเขาไว้แน่นหนาทุกด้าน
"เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับข้า!"
ใต้เท้าสวี่ผู้เฒ่าเร่งรีบเอ่ย
"เรื่องพวกนั้นเป็นฝีมือของปู่ข้าทั้งนั้น..."
"หึ พวกตระกูลสวี่ของเจ้า เพื่อแย่งชิงของสิ่งหนึ่งของตระกูลข้า ถึงกับล้างโคตรตระกูลหาน ตอนนี้ถึงคราวที่พวกตระกูลสวี่ต้องชดใช้แล้ว"
เฒ่าเต๋าหามีความปรานีใดๆ ฝูงหนูกลืนกินร่างของใต้เท้าสวี่ผู้เฒ่าจนมิดสิ้น
ไม่นานนัก ใต้เท้าสวี่ผู้เฒ่าก็ถูกแทะจนสิ้นเนื้อเหลือแต่มรรคา
หลังจากสังหารผู้คนในตระกูลสวี่จนราบคาบแล้ว ฝูงหนูก็มาห้อมล้อมอยู่รอบตัวหยางฟาน ดวงตาสีเขียวหม่นมืดทื่อของมันจ้องเขม็งมาที่เขา
"พรึ่บ!"
เฒ่าเต๋าแก้เชือกที่แขวนหยางฟานอยู่ ส่งเม็ดยาสีดำสนิทให้เขาหนึ่งเม็ด
หยางฟานเกิดความลังเลใจ กลืนไม่เข้าคายไม่ออก
"วางใจเสียเถอะ ท่านเต๋ายังต้องการให้เจ้าทำเรื่องให้ข้า จะไม่ทำร้ายเจ้า พวกเจ้าวางใจได้"
เฒ่าเต๋าจ้องหยางฟานด้วยดวงตาสีเขียวหม่นของตน มีชีวิตชีวาดั่งหนูตัวหนึ่ง
หยางฟานรู้ดีว่าหลีกเลี่ยงไม่พ้น จึงทำได้เพียงฝืนใจกลืนยาลงไป
เม็ดยามีกลิ่นฉุนจัดอย่างยิ่ง หยางฟานบีบจมูกแล้วข่มใจกลืนลงคอ
ยังดีที่แม้เม็ดยาจะเอร็ดอร่อยสู้ไม่ได้ ทว่าอาการบาดเจ็บของเขากลับฟื้นตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว
"พ่อหนุ่มเอ๋ย ท่านเต๋าช่วยชีวิตเจ้าไว้ เจ้าต้องทำงานให้ท่านเต๋ามิใช่หรือ?"
นิ้วมือเหี่ยวแห้งของเฒ่าเต๋าจิ้มลงบนไหล่ของหยางฟานเพียะหนึ่ง หยางฟานได้ฟังก็ผงกศีรษะ
"เช่นนั้นก็เป็นอันใช้ได้ เช่นนั้นก็ดี!"
เฒ่าเต๋าเอ่ยอย่างยิ้มแย้ม หลังจากนั้นเขาก็ล้วงมือลงในน้ำเต้าที่เอว แล้วหยิบป้ายคำภีร์ออกมาแผ่นหนึ่ง ยื่นให้หยางฟาน
ป้ายคำภีร์แผ่นนี้สลักรูปก้อนเมฆดอกหนึ่งไว้ด้านหน้า ด้านหลังเขียนอักษรสองคำว่า ชิงอวิ๋น
"นี่คือป้ายทะยานเซียนของสำนักชิงอวิ๋น เพียงถือมันไว้ เจ้าก็เข้าสู่สำนักชิงอวิ๋นได้"
สำนักชิงอวิ๋นเป็นสำนักเซียนแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ห่างจากที่นี่ออกไปหลายร้อยลี้
ทว่าให้ป้ายทะยานเซียนของสำนักชิงอวิ๋นแก่เขานั้น ด้วยเหตุใดกัน?
"มะรืนนี้ สำนักชิงอวิ๋นจะเปิดรับศิษย์แถวๆ ตำบลใกล้เคียง ข้าต้องการให้เจ้าพกป้ายทะยานเซียนนี้ไปฝากตัวเข้าเป็นศิษย์ในสำนักชิงอวิ๋น แทนที่ข้าจะไปเอาของมาสองสามสิ่ง"
"เพียงเจ้านำของมาให้ท่านเต๋าได้ ประโยชน์ของเจ้ามิต้องเอ่ยถึง"
สะเก็ดหิมะลอยละล่องลงบนลำคอของหยางฟาน เขาสะท้านเยียบไปทั้งร่าง
"ท่านเต๋า ข้าเป็นแค่เด็กกระจอกไร้ประโยชน์ จะเข้าเป็นศิษย์สำนักเซียนได้อย่างไร..."
"เจ้าทำได้!"
เฒ่าเต๋ายิ้มเยียบเย็น
"ตามกฎ ผู้ใดก็ตามที่ถือป้ายทะยานเซียนขึ้นเขา ไม่ว่าอย่างไรสำนักชิงอวิ๋นก็ต้องรับไว้"
"มีป้ายทะยานเซียนของท่านเต๋าอยู่ เจ้ายังกลัวสำนักชิงอวิ๋นไม่รับเจ้าอีกหรือ?"
เสียงแหบพร่าของเฒ่าเต๋าลอยแว่วมาแผ่วเบา
เมื่อเห็นหยางฟานยังคงลังเลอยู่ สีหน้าของเฒ่าเต๋าก็เครียดลง
"ท่านเต๋ามอบวาสนาให้เจ้า เจ้ากลับไม่ยินยอม?"
สีหน้าของเฒ่าเต๋าเย็นชืดลง
เขายิ้มเหี้ยมๆ หนึ่งที หยิบกลองเล็กออกมาเคาะเบาๆ สองสามที
"ตึง!"
ตามมาด้วยเสียงกลองที่ดังขึ้น จู่ๆ ท้องของหยางฟานก็บิดปวดขึ้นมา มันทรมานเขาจนเจียนเป็นเจียนตาย ต้องกลิ้งเกลือกไปมาอยู่กับพื้น
เสี่ยวเฮยลุกขึ้นคลานเข้ามาหาอย่างเร่งรีบ ใช้ลิ้นเลียใบหน้าของเขาไม่หยุด
"ในยาที่เจ้ากินเข้าไปเมื่อครู่ ข้าได้ใส่ของเพิ่มเข้าไปนิดหน่อย!"
"ชีวิตของเจ้าเป็นของข้า หากเจ้าไม่อยากไป ก็ไปตายได้แล้วตอนนี้"
เสียงกลองดังถี่ขึ้นเรื่อยๆ หยางฟานเจ็บปวดจนแทบขาดใจ
"ไป ข้าไปก็ได้!"
เฒ่าเต๋าถึงได้หยุดกลอง แล้วหันมายิ้มอย่างอ่อนโยนมองหยางฟาน
"ถึงจะถูกต้อง วางใจเถอะ เมื่อเรื่องสำเร็จ ท่านเต๋าจะรับเจ้าเป็นศิษย์ สอนวิชาเซียนให้เจ้า!"
"ไม่ทราบว่าท่านเต๋าต้องการให้ข้าไปเอาสิ่งใด?"
ปาดเหงื่อเย็นเยียบที่หน้าผาก หยางฟานถามอย่างระมัดระวัง
"สิ่งแรกเป็นหยกหยกแผ่นหนึ่ง อยู่ที่ตัวของคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลสวี่ ต้องหาวิธีเอามันมาให้ข้าให้ได้"
เฒ่าเต๋าเอ่ย ใบหน้าเต็มไปด้วยแววขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน
"หยกหยกแผ่นนั้น?"
"แต่คุณหนูใหญ่ขึ้นเขามาหลายปีแล้ว ข้าเกรงว่าคงหามาให้ไม่ได้"
เฒ่าเต๋าส่ายหน้า ล้วงมือลงในน้ำเต้าของตน หยิบขวดโหลดำปี๊ดอันหนึ่งออกมา
"สิ่งที่อยู่ภายในนี้คือยาสลบที่จะใช้ได้ผลขนาดกับเซียนก็ไม่เว้น เจ้าหาทางใส่ยานางเสีย"
"ถึงเวลานั้น คนตกเป็นของเจ้า หยกหยกแผ่นนั้นเป็นของข้า"
"คุณหนูใหญ่แห่งตระกูลสวี่นั้นงามสิ้นดี โดนเอาเปรียบไปก็เสียเปล่า"
มองดูขวดโหลดำปี๊ดนั่น หยางฟานทำได้เพียงกล้ากลืนฝืนทนรับมันมา
"ส่วนของชิ้นที่สองนั้น สำนักชิงอวิ๋นมีสุสานกระบี่แห่งหนึ่ง ภายในสุสานกระบี่มีกระบี่ไม้ซ่อนอยู่เล่มหนึ่ง เจ้าต้องหาทางเอากระบี่ไม้นั่นมาให้ข้าให้ได้"
เฒ่าเต๋าเอ่ยพลางถอนหายใจยาว
"หาใช่เพราะท่านเต๋าแก่มากแล้ว วิชาที่ฝึกฝนก็จะถูกตรวจสอบพบง่าย มิเช่นนั้น จะยกประโยชน์ให้พวกเจ้าได้อย่างนั้นหรือ?"
พอเห็นหยางฟานสีหน้าเป็นทุกข์ เฒ่าเต๋าก็ส่ายหน้า
"อีกหนึ่งเดือนต่อมา เจ้าไปคอยข้าที่ศาลเจ้าภูเขาด้านนอกหมู่บ้านนั่น"
เสียงอันแหบพร่าของเฒ่าเต๋าลอยแว่วมา ฟังแล้วน่ารังเกียจดุจเสียงร่ำไห้ของนกเค้าแมวในกลางพายุ
"อย่าคิดหลบหนีโดยเด็ดขาด ที่ท่านเต๋าฝังไว้ในตัวเจ้าก็คือหนอนพิษทีเดียว ทุกเดือนต้องกินยาถอนพิษหนึ่งครั้ง มิเช่นนั้นหนอนพิษจะมุดพรวดออกจากท้องของเจ้า แล้วกัดกินเจ้าจนสิ้นซาก!"
สีหน้าของหยางฟานเปลี่ยนไปอย่างรุนแรง เขารีบกุมท้องไว้แน่น ราวกับมีสิ่งใดบางอย่างกำลังจะทะลวงออกมาจริงๆ
"ไปเสียเถิด เพียงเจ้าตั้งใจทำงานให้ท่านเต๋า ประโยชน์ของเจ้ามิต้องกล่าวถึง"
เฒ่าเต๋าเอ่ยขึ้นพลางชำเลืองมองตระกูลสวี่ หัวเราะเหี้ยมหนึ่งที แล้วพาฝูงหนูจากไปอย่างเงียบกริบ
.......
หยางฟานเฝ้ารอจนเฒ่าเต๋าลับหายไปนานแล้ว ถึงได้พยุงตัวลุกขึ้นมา
เมื่อได้เห็นสภาพอันน่าสยดสยองของตระกูลสวี่ หยางฟานก็อดสะท้านเยียบขึ้นมาหนาวๆ ไม่ได้
สวมเสื้อคลุมกันหนาวที่ขาดวิ่นของตนเข้า หยางฟานก็เตรียมจะออกเดินทาง
ตระกูลสวี่เกิดเหตุร้ายคดีใหญ่เช่นนี้ พรุ่งนี้ต้องแตกตื่นสนั่นหวั่นไหวเป็นแน่
ที่นี่อยู่อีกต่อไปไม่ได้แล้ว ทว่าก่อนจะจากไป หยางฟานจำต้องฝากของบางอย่างไว้ให้ครอบครัว
หยางฟานงัดค้นหาเศษเงินเหรียญทองแดงและเงินทองจากร่างของคนตระกูลสวี่ จากนั้นก็ห่อรวมอย่างระมัดระวัง
ทันใดนั้นเขาก็ออกจากตระกูลสวี่ทันที เดินไปจนถึงนอกเรือนของครอบครัวตนเอง
มองดวงตะเกียงที่ยังไม่มอดดับ หยางฟานสูดหายใจเข้าลึกๆ เคาะประตูแล้วก้าวเท้าเข้าไป
"ฟานเอ๋อ ไฉนเจ้าถึงได้กลับมา?"
เห็นหยางฟานกลับมา มารดาก็ตกใจจนสะดุ้งโหยง
บ่าวไพร่ลอบออกจากเรือนนายโดยไม่ได้รับอนุญาต หากถูกจับได้ มีหวังถูกถลกหนังเป็นแน่
"ท่านแม่ ไม่เป็นไรขอรับ ตระกูลสวี่ย่อยยับแล้ว"
หยางฟานขบฟันเอ่ย จากนั้นก็โขกศีรษะลงกับพื้นดังตุบ
"ท่านแม่ ลูกอกตัญญู ภายหน้าคงไม่อาจรับใช้ข้างกายท่านได้อีก ส่วนเหตุผลนั้น ขอท่านจงอภัยที่ลูกมิอาจเอ่ยออกมา"
น้ำตาของหยางฟานไหลรินดั่งน้ำพุ เขาเช็ดน้ำตาบนใบหน้า จากนั้นก็นำทองคำ เงิน และเหรียญทองแดงเหล่านั้นออกมากองรวมกัน
"ท่านแม่ เงินเหล่านี้ช่วยให้ท่านกับน้องสาวย้ายไปอยู่ที่ตัวอำเภอใช้ชีวิตสุขสบายได้"
มารดามิเคยเห็นเงินทองมากมายเช่นนี้ นางตกใจจนต้องยกมือขึ้นปิดปาก
"เจ้า เจ้าคงไม่..."
หยางฟานเร่งส่ายหน้า
"หาไม่ เพียงแต่ลูกกำลังจะออกเดินทางไกล ท่านแม่โปรดรักษาตัวด้วย!"
กล่าวจบ หยางฟานก็โขกศีรษะลงกับพื้นอีกสองครั้ง แล้วรีบผลุนผลันออกจากที่นี่ไป
ยิ่งอาศัยอยู่ที่บ้านนานเท่าใด ก็ยิ่งนำอันตรายมาสู่คนในครอบครัวมากขึ้นเท่านั้น
"ฟานเอ๋อ!"
มารดาวิตกกังวล รีบวิ่งตามอกมา ทว่าภายนอกเรือน ณ บัดนี้ เหลือไว้เพียงรอยเท้าที่ทอดยาวไปไกลไกล...