ภายในชั้นสองของหอคอยซิงหวง โม่หยางนั่งขัดสมาธิเงียบ ๆ เขาปรับลมหายใจนานหลายชั่วยาม หลังจากนั้นจึงกลืนโอสถรวมปราณที่เตรียมไว้ล่วงหน้าลงไป
จิตใจของเขาเคลื่อนไหว พลังปราณสีทองในตันเถียนหลั่งไหลออกมา ภายใต้การกระตุ้นของเคล็ดวิชาคัมภีร์ซิงหวง พลังปราณหมุนวนอย่างบ้าคลั่งในเส้นลมปราณทั่วร่าง พลังปราณที่แผ่ออกมานอกร่างนั้นประดุจมังกรทองตัวหนึ่ง ๆ เวียนวนอยู่บนผิวกายของเขา
ภายในหอคอยหินชั้นสองนั้นกระแสลมปราณปั่นป่วน พลังปฐพีแห่งฟ้าดินในพื้นที่นี้ถูกดูดซับเข้ามาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย
หลังจากนั้นไม่นาน คลื่นพลังระลอกหนึ่งก็แผ่ซ่านออกมาจากร่างของโม่หยาง พร้อมกับความผันผวนของพลังบำเพ็ญอันเข้มข้นกระจายออกไปทั่วทุกทิศทาง
ประตูสวรรค์ปราณเปิด ผันแปรสู่เก้าขอบเขต อุปสรรคแห่งพลังบำเพ็ญถูกทลายลงแล้ว
ร่างของเขาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง ตันเถียนในยามนี้ถูกขยายกว้างขึ้นกว่าเดิมเท่าตัวในพริบตาเดียว พลังปราณสีทองไหลย้อนกลับจากเส้นลมปราณ แล้วหลอมรวมกันไหลบ่าอย่างเชี่ยวกรากไปตามเส้นลมปราณสายหนึ่ง
ขอบเขตสวรรค์ปราณมีด้วยกันเก้าขั้น ทุกครั้งที่ทะลวงขึ้นหนึ่งขั้นต้องเปิดเส้นชีพจรลี้ลับในร่างกายให้ทะลวงได้เส้นหนึ่ง บัดนี้เขาบรรลุถึงขอบเขตสวรรค์ปราณขั้นที่หนึ่งแล้ว ต่อไปก็จะต้องเปิดเส้นชีพจรลี้ลับเส้นแรก
เกี่ยวกับขอบเขตนี้ เมื่อก่อนผู้อาวุโสสี่เคยสอนความรู้ด้านยุทธ์ให้โม่หยางมามากมาย แม้ตามปกติทุกครั้งที่ทะลวงขอบเขตจะเปิดเส้นชีพจรลี้ลับได้หนึ่งเส้น แต่สิ่งนี้ก็ขึ้นอยู่กับการเลือกของผู้ฝึกฝนเอง เล่าลือกันว่าอัจฉริยะที่มีพรสวรรค์ล้ำเลิศจะเปิดเส้นชีพจรลี้ลับพร้อมกันสองเส้นหรือมากกว่านั้น เห็นได้ชัดว่าพลังต่อสู้ก็จะแตกต่างกันอย่างมาก
