เมื่อเห็นศิษย์พี่หญิงลำดับที่หกตรงหน้า ในใจของโม่หยางนอกจากจะคาดไม่ถึงแล้ว ยังแอบตื่นตะลึง
พลังบำเพ็ญสูงส่ง ไม่เหมือนใครจริง ๆ!
ผู้แข็งแกร่งขอบเขตสวรรค์ปราณระดับสี่ที่เขาอาจเอาชนะไม่ได้แม้จะทุ่มสุดกำลัง กลับถูกสังหารในพริบตาเพียงกระบวนท่าเดียว
ขณะนี้ ดูเหมือนเขาจะนึกอะไรขึ้นมาได้บางอย่าง สีหน้าในแววตาจึงเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากนั้นก็เก็บแหวนเก็บสมบัติอย่างแนบเนียนไม่ให้ใครสังเกต
ที่โม่หยางทำเช่นนี้ เพราะเกรงว่าศิษย์พี่หญิงลำดับที่หกผู้นี้จะปล้นเขาต่อหน้าผู้คน เช่นนั้นน่าอับอายเกินไป
เวลานี้ ผู้บำเพ็ญจำนวนมากที่ยืนมุงดูต่างก็ซุบซิบกันเบา ๆ ว่าจู่ ๆ ผู้แข็งแกร่งลึกลับก็ปรากฏตัวลงมือ หรือว่าจะเป็นคนรู้จักของโม่หยาง?
แต่ทว่า ในตอนนั้นเอง หญิงสาวลึกลับก็หันมามองโม่หยาง แล้วเอ่ยเสียงเรียบว่า “ข้าไม่ได้ช่วยเจ้า เพียงแค่เห็นคนแบบนี้แล้วหมั่นไส้เท่านั้น!”
โม่หยางนิ่งอึ้งไป ถึงแม้จะรู้สึกจนคำพูด แต่น้ำใจนั้นยังคงซาบซึ้งนัก
ศิษย์พี่หญิงลำดับที่หกผู้นี้เป็นเพียงคนเย็นชาภายนอกเท่านั้น ที่จริงแล้ว ดูเหมือนนางก็ทำเพื่อเห็นแก่เขานั่นแหละ
เพราะการตัดสัมพันธ์กับเขาต่อหน้าสายตาคนนับร้อย ต่อให้สำนักเสวียนสืบสาวความผิด มันก็คงไม่ตกมาถึงตัวโม่หยาง
เช่นนั้น สำนักหลิงซวีเองก็จะไม่ถูกดึงเข้ามาพัวพัน
ยังไม่ทันที่โม่หยางจะเอ่ยอะไร หญิงสาวชุดขาวก็ทะยานกายขึ้นสู่กลางอากาศ ชั่วพริบตาก็หายลับไปจากสายตาผู้คน
โม่หยางแหงนมองท้องฟ้าครู่หนึ่ง แล้วจึงสาวเท้าตรงไปยังร่างของผังหลง ทรุดตัวลงนั่งยอง ๆ ยกมือขึ้นแล้วก็ฟาดฝ่ามือใส่หน้าอีกฝ่ายเสียงดังฉาดใหญ่ ร่างของผังหลงที่ขดอยู่กับพื้นถึงกับหมุนติ้ว ๆ ไปหลายตลบ
ใบหน้าผังหลงซีดขาว จ้องมองโม่หยางอย่างเคียดแค้น แต่ตอนนี้เขาไม่มีแรงเหลือจะตอบโต้แล้ว
“จ๊ะ ๆ ดูท่าคงไม่ยอมน่าดูเลยนะ...”
