รอบเวทีประลอง บัดนี้เงียบกริบไร้เสียง
ผู้คนบนอัฒจันทร์ล้วนมีสีหน้างุนงง ชั่วขณะยังไม่เข้าใจว่าเกิดสิ่งใดขึ้น
ทว่าเหมือนว่าการประลองบนเวทีนี้จะสิ้นสุดลงแล้ว เพราะตอนนี้ผู่ฟานอยู่นอกเวที
เหล่าผู้คนจากสำนักหลิงซวีเองก็ตะลึงงัน สวีซินไม่เห็นเลยว่าเกิดอะไรขึ้น นางเพียงแค่ใจลอยไปชั่วขณะ ยังไม่ทันได้เห็นการเริ่มต้น ก็จบลงเสียแล้ว
ผู่ฟานงุนงงอยู่ครู่หนึ่ง หลังจากลุกขึ้นจากพื้นแล้วยังมองดูเท้าตัวเอง จากนั้นมองไปที่เวที ถึงได้สติกลับมา
เมื่อได้สติ เขาพลันเงยหน้าขึ้นมองไปบนเวที สายตาจ้องเขม็งที่โม่หยาง แววตาฉายแววสังหาร เขาตะคอกด้วยโทสะว่า “ไอ้หนู เจ้ากล้าลอบโจมตีข้ารึ?”
โม่หยางยักไหล่ แล้วกล่าวว่า “พี่ใหญ่ ต่างฝ่ายต่างบอกชื่อแซ่กันแล้ว การต่อสู้ก็นับว่าเริ่มขึ้น เป็นเพราะเจ้าโง่เง่าไม่ยอมลงมือเอง จะมาโทษข้าได้อย่างไร!”
ผู่ฟานเต็มไปด้วยสีหน้าโกรธกรุ่น เขาพุ่งตัวขึ้นหมายจะขึ้นเวทีอีกครั้ง ทว่าร่างยังไม่ทันตกลงบนเวที ก็ถูกโม่หยางเตะกระเด็นลงไป
จากนั้นโม่หยางไม่แม้แต่จะมองเขา สายตากวาดไปยังเขตของสี่สำนัก พลางกล่าวว่า “คนต่อไป!”
บัดนี้ทั่วทั้งลานกลางจัตุรัสจึงเกิดเสียงอื้ออึงขึ้น ผู้ฝึกตนที่ล้อมดูจำนวนมากต่างพากันวิพากษ์วิจารณ์เสียงเบา เมื่อครู่ก็นับว่าเริ่มการต่อสู้แล้ว
เพียงแต่ว่าโม่หยางเร็วเกินไป ผู่ฟานไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองเลยสักนิด กระทั่งยังไม่มีโอกาสยกมือขึ้นป้อง ก็ถูกกระทบกระแทกตกเวทีไป
“โม่หยาง? เมื่อก่อนไม่เคยปรากฏตัว เหมือนว่าเป็นปีแรกที่เข้าร่วม เจ้าหมอนี่มีเสน่ห์ไม่เบา!”
“ศิษย์สำนักเสวียนคนนั้นประมาทเกินไป ยังไม่ทันเริ่มก็จบลงเสียแล้ว นี่ขนาดเตะทิ้งทวนนั่น ยังกับตั้งใจเชือดเลย เข้าท่ามาก คราวนี้สำนักเสวียนเสียหน้าจนถึงที่สุด!”
