ทางด้านเชิ่งอวี้เซียวจัดการส่วนสัญญาเสร็จเรียบร้อยแล้ว
เนื่องจากเขายังเป็นผู้เยาว์ ถึงจะถือหุ้นได้ไม่ติดขัดอะไร แต่ก็ต้องแต่งตั้งตัวแทนตามกฎหมายอีกคนหนึ่ง เพื่อทำหน้าที่ใช้สิทธิผู้ถือหุ้นแทนเขา
ลังเลอยู่ครู่หนึ่งว่าจะเลือกใครดี สุดท้ายเชิ่งอวี้เซียวก็ขอยืมคนมาจากคุณน้าชายของเขา
แค่เด็กอายุเท่านี้แต่รู้จักอ่านงบการเงินของบริษัท แยกแยะบัญชีดีหรือแย่ได้ ยังหาเงินจากเด็กรุ่นเดียวกันได้อีก ก็เก่งเกินพอแล้ว
แต่คุณน้าชายของเขา สวี่จี้ ยิ่งเป็นอัจฉริยะวัยรุ่นที่โด่งดัง ลูกน้องใต้บังคับบัญชาก็มีแต่คนเก่ง ๆ
ตอนโทรศัพท์ไปขอยืมคน เชิ่งอวี้เซียวลังเลนิดหน่อยก่อนจะถามปลายสายว่า "ผมมีเรื่องยุ่งยากนิดหน่อย…"
"เรื่องยุ่งยากอะไรหรือ?" เสียงของสวี่จี้ฟังดูอ่อนโยน
"ตอนผมอัดรายการ เจอเด็กผู้หญิงคนหนึ่งชื่อหลีเสี่ยวหยา ชีวิตน่าสงสารมาก…" เชิ่งอวี้เซียวเล่าคร่าว ๆ แล้วหยุดไปครู่หนึ่งก่อนบอกว่า "ตอนนี้ปู่ของเธอถูกตำรวจคุมตัวไว้ชั่วคราว แต่ไม่ช้าก็เร็วก็ต้องกลับมา"
"อืม ใช่แล้ว อายุมาก แถมยังเป็นญาติสายตรง อีกอย่างเขาไม่ใช่ตัวการหลัก ผู้พิพากษาคงลดโทษให้" เสียงอ่อนโยนของสวี่จี้หยุดไปนิดหนึ่ง แล้วถามเบา ๆ ว่า "อย่างนั้นนายหวังจะให้เขาตายในคุกหรือ?"
ถึงจะโตมากับการฟังคุณน้าคนนี้พูดจาโหดร้ายด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนมาตั้งแต่เด็ก แต่พอได้ยินปุบปับก็ยังรู้สึกขัด ๆ อยู่ดี
"แบบนั้น… ไม่ค่อยดีเท่าไร" เชิ่งอวี้เซียวชะงักไปครู่หนึ่งแล้วบอกว่า "คนอื่นจะโยงมาถึงผมได้ง่ายมาก"
"อืม ก็จริง ดูทีนายคงมีแผนแล้ว?"
"ผมอยากตามหาญาติฝั่งแม่ของหลีเสี่ยวหยา แล้วโอนสิทธิ์เลี้ยงดูหลีเสี่ยวหยามาเป็นของพวกเขา"
สวี่จี้ตอบตกลงอย่างรวดเร็ว "งั้นยกให้เป็นหน้าที่ฉันแล้วกัน"
"ขอบคุณครับคุณน้า" เชิ่งอวี้เซียวพูดอย่างสุภาพ แถมยังเขินนิดหน่อย เพราะจริง ๆ แล้วสวี่จี้ก็ไม่ได้แก่กว่าเขามากนัก
"ครอบครัวเดียวกัน ไม่ต้องเกรงใจ"
