ลงจอดตรงทางเข้าป่าหิน เหยี่ยวร่อนผูกปลายเชือกอีกด้านไว้กับเสาหิน ทิ้งคำพูดไว้ให้หุ่นรบสีเหลืองว่า “ค่อย ๆ ปีนไปนะ” แล้วแบกฉายภาพจากไปอย่างผึ่งผาย
ความซับซ้อนของป่าหินอยู่ที่การเรียงตัวอย่างไร้ระเบียบของเสาหิน เดินไปได้สักพักก็จะพบว่าข้างหน้าเป็นทางตัน ทำได้เพียงย้อนกลับไปเดินใหม่
แต่เหยี่ยวร่อนที่มีเครื่องส่งแรงขับนั้นไม่เหมือนกัน
มันแบกฉายภาพบินขึ้นไปบนเสาหินโดยตรง มองเห็นป่าหินที่ทอดยาวหลายกิโลเมตรได้ทั่วทั้งบริเวณ
“กำลังหาเส้นทางที่ดีที่สุดอยู่หรือ” เจียงอิงซึ่งยังปลาบปลื้มกับเรื่องที่ฝังเกาเสี่ยวไว้ในทราย ตอนนี้มองเจียงหลินตรงไหนก็รู้สึกว่าอีกฝ่ายเก่งไปหมด จึงพูดเสียงดังอย่างตื่นเต้น “แบบนี้พวกเราก็ไม่ต้องย้อนกลับแล้ว น่าจะประหยัดเวลาได้ไม่น้อยเลยใช่ไหม”
เจียงหลินสูดจมูกฟุดฟิด ก่อนพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “รู้ไหมว่าวิธีที่ดีที่สุดในการผ่านเขาวงกตแบบนี้คืออะไร”
“……อะไรหรือ”
“ไม่ต้องสนใจกำแพง” เจียงหลินยกมุมปากขึ้น หลังยืนยันจุดลงเท้าระหว่างเสาหินเรียบร้อย ก็แบกฉายภาพบินขึ้นไปยังเสาหินอีกต้น เสาหินที่พุ่งทะยานขึ้นจากพื้นดินกลายเป็นแท่นกระโดดของเหยี่ยวร่อน “หรือไม่ก็……ทำให้กำแพงไม่เหลืออยู่ต่างหาก”
แม้จะแบกฉายภาพอยู่ เหยี่ยวร่อนก็ยังคล่องแคล่วปราดเปรียวราวกับนกนางแอ่น กระโดดไปบนเสาหินแต่ละต้นอย่างคล่องแคล่วราวกับเดินบนพื้นราบ ไม่นานก็ทิ้งจุดเริ่มต้นไว้เบื้องหลัง
ไม่มีการย้อนกลับไปเริ่มใหม่ กำแพงแบบนี้แค่กระโดดข้ามไป สำหรับเธอแล้วง่ายดายราวพลิกฝ่ามือ