"คำถามนี้ฉันตอบเจ้าไม่ได้" เคอ ลี่ส่ายหน้า เขาโบกมือเรียกครูหนุ่มอีกคนที่อยู่ข้างๆ "เสี่ยวเหอ เธอมาช่วยน้องคนนี้ทำบัตรเยี่ยมชมโรงเรียนหน่อย"
"เธอสามารถเที่ยวชมที่นี่ได้สองวัน บางที เธออาจจะได้คำตอบด้วยตัวเอง"
เมื่อออกจากห้องกิจการนักเรียน ในมือของเจียงหลินมีของที่ระลึกจากโรงเรียนนายร้อยหลีหมิงและบัตรเยี่ยมชมสำหรับเข้า-ออกสถานที่ใช้ชีวิตของนักเรียน
……ทั้งที่ระหว่างทางมา นางก็เตือนตัวเองนับครั้งไม่ถ้วนว่าส่งของเสร็จต้องรีบไป แต่ทำไมตอนนี้กลับตอบตกลงจะอยู่เที่ยวชมอีกสองวันก่อนไป?
บางทีเจียงหลินเองก็ไม่รู้ตัว ตั้งแต่วินาทีที่เฉินหมิงจวินยื่นคอมพิวเตอร์ข้อมือให้นาง แล้วเด็ดเดี่ยวล่อร่างกลายพันธุ์ต่างดาวไปเผชิญความตาย นางก็เริ่มมีความใฝ่ฝันเล็กๆ ต่อโรงเรียนนายร้อยหลีหมิง
โรงเรียนนายร้อยหลีหมิงมีนักเรียนทั้งหมดหลายพันคน สร้างโรงอาหารสี่ชั้น ตอนนี้เป็นเวลาเร่งด่วนของการกินข้าว
"เฮ้ย เจียงหลิน!"
ได้ยินเสียงสุนัขเปี่ยมพลังที่คุ้นเคย เจียงหลินรู้สึกหลังแข็ง จากนั้นก็เห็นเฉวียนหย่าทำตัวสนิทสนมนั่งลงตรงข้าม มุมปากนางกระตุก "บังเอิญจัง"
เจ้าเฉวียนหย่านี่ ทำให้ข้านึกถึงลูกสุนัขอิเล็กทรอนิกส์หน้าบ้านอยู่เรื่อย
"ข้าบอกแล้วใช่ไหมว่าเราจะได้เจอกันอีก" เฉวียนหย่ากะพริบตา ล้วงผักดองขวดดำปี๋ออกมาขวดหนึ่ง "เอ็งจะกินไหม? ข้าทำเอง อร่อยนะ"
สีสันแบบนี้ทำให้ยากจะมีความอยากอาหารอะไร เจียงหลินมองผักดองที่มาเพิ่มในช้อนตัวเอง เงยหน้าก็เห็นสีหน้ามั่นอกมั่นใจของเฉวียนหย่าแบบ "ไม่อร่อยเอ็งจับข้าโบยได้"
เจียงหลินถอนหายใจ ยัดช้อนเข้าปาก
รสเค็มกลมกล่อมค่อยๆ กระจายในปาก อร่อยกว่าอาหารจืดชืดในโรงอาหารมาก เจียงหลินถึงกับเบิกตากว้างโดยไม่รู้ตัว
"ใช่ไหมล่ะ ข้าบอกว่าอร่อยมาก ฝีมือข้าดีจะตาย!" เฉวียนหย่าพยักหน้ายิ้มร่า เลื่อนขวดผักดองมาตรงหน้าเจียงหลิน "จริงสิ กินข้าวเสร็จแล้วไปล้างชามด้วยกันเถอะ"
"ล้างชาม?" เจียงหลินชะงักไปครู่หนึ่ง "กินเสร็จ เราต้องล้างชามนี่?"
"ใช่แล้ว" เฉวียนหย่าพยักหน้า "ที่โรงเรียนนายร้อยหลีหมิง เรื่องพวกนี้ต้องทำเอง คนไม่ทำงานก็ไม่มีกิน แต่ข่าวดีคือค่าเรียนถูกมาก น่าจะไม่ถึงหนึ่งในสิบของหมิงเต๋อพวกนั้น"
เจียงหลินรู้สึกว่าสามัญสำนึกของตนถูกสั่นสะเทือนอย่างแรง เอ่ยขึ้นอย่างตะกุกตะกัก "นั่นก็คือ เรียนสี่ปี ใช้แค่ไม่ถึงสองพันเหรียญดาราเรอะ??"
ข้อมูลเกี่ยวกับโรงเรียนนายร้อยหลีหมิงในโลกออนไลน์มีน้อยแสนน้อย รอบตัวเจียงหลินก็ไม่มีนักเรียนที่เรียนที่นั่น นางรู้แค่ว่าหลีหมิงค่าเรียนถูก แต่ไม่รู้ว่าถูกขนาดนี้
"ใช่ นี่แหละเหตุผลที่ข้าเลือกหลีหมิง" เฉวียนหย่าตักข้าวกินคำโต เคี้ยวตุ้ยๆ ไม่วายพูดต่อ "หมิงเต๋อกับที่ห้าค่าเรียนสูงเกินไป ถึงจะมีทุนเรียนเอ็งก็ไม่คิดนะว่าทุนนั่นเป็นเงินของโรงเรียน? นั่นมันค่าเรียนที่เก็บจากนักเรียนคนอื่น……"
"ก็แค่รีดไถคนของตัวเอง ทุกคนก็มาหาความรู้เท่ากันหมด ทำไมคนเรียนอ่อนต้องจ่ายเงินอุดหนุนคนเรียนดีด้วย? เชอะ โดยเฉพาะหมิงเต๋อ หมิงเต๋อขยะ ยังไงก็ต้องเจ๊ง"
สัมผัสได้ถึงกลิ่นอายเดือดดาลจากเฉวียนหย่า เจียง·นักเรียนหมิงเต๋อ·หลินก้มหน้ากินข้าวเงียบๆ ไม่กล้าไปเอาเรื่อง
กินข้าวเสร็จ เฉวียนหย่าพาเจียงหลินไปล้างชามอย่างคล่องแคล่ว อ่างล้างชามเป็นรางสร้างไปตามผนังโรงอาหาร แน่นขนัดด้วยนักเรียนที่กำลังล้างชาม มองดูภาพนี้ เจียงหลินก็รู้สึกสะเทือนใจอีกครั้ง
ล้างชามเสร็จ ทั้งคู่เดินเคียงบ่าเคียงไหล่ออกจากโรงอาหาร พระอาทิตย์ยามเย็นทำท่าจะตก ยังมีนักเรียนออกมาเดินเพ่นพ่านมากมาย
"เฉวียนหย่า เอ็งไม่ใช่ผู้สมัครสอบของโรงเรียนนายร้อยหลีหมิงหรอกรึ? ทำไมข้ารู้สึกว่า เอ็งคุ้นเคยกับที่นี่จัง??"
"ก็เพราะพี่ชายข้าเป็นนักเรียนดีเด่นของโรงเรียนนายร้อยหลีหมิงไง" เฉวียนหย่าตอบอย่างเปิดเผย เผอิญทั้งคู่เดินมาถึงหน้าป้ายเชิดชูเกียรติของโรงเรียน เฉวียนหย่าเขย่งเท้าชี้ไปที่รูปถ่ายแถวบนสุดรูปหนึ่ง "ดูนั่น พี่ชายข้า เฉวียนซิง"
บุรุษในรูปถ่ายสีหน้าเคร่งขรึม เปี่ยมพลังอำนาจ ดั่งตานกเหยี่ยว ดูก็รู้ว่าเป็นทหารเดี่ยวที่แข็งแกร่งยิ่ง
เพียงแต่……รูปถ่ายนั้นเป็นสีเทาขาว
รูปถ่ายบนป้ายเชิดชูเกียรตินี้ ล้วนเป็นสีเทาขาว
เจียงหลินอ้าปากคล้ายจะพูด แต่กลับรู้สึกว่าลำคออุดตันด้วยสำลี ไม่สามารถเอื้อนเอ่ยออกมาได้สักคำ
เฉวียนหย่ามองรูปถ่ายนั้น สูดจมูกฟืดฟาดยิ้มออกมา "พี่ชายข้าชอบคำพูดหนึ่งมาก……ด้วยร่างเนื้อ เพื่อสร้ารุ่งอรุณอีกครั้ง เขาตายเพื่อปกป้องพลเรือนพวกนั้น ตายอย่างสมเกียรติ ตายอย่างยิ่งใหญ่ เพราะงั้น ข้าก็ต้องสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยหลีหมิงให้ได้"
ด้วยร่างเนื้อ เพื่อสร้ารุ่งอรุณอีกครั้ง
เจียงหลินพักอยู่ที่โรงเรียนนายร้อยหลีหมิงห้าวัน รุ่งเช้าของวันที่หกก็ขึ้นรถไฟอวกาศกลับระบบดาว M417
คุณนายเจียงพิงกระจกเสริมแรงหน้าสถานี ซ้อนกองเป้สนามสองใบที่ป่องตุงอยู่ข้างเท้า นิ้วคีบบุหรี่ไฟฟ้ากลิ่นมินต์ไว้ ควันรสหวานเย็นของมินต์พลันฟุ้งกระจายตามลมหายใจของนาง ทำให้คนมองไม่เห็นสีหน้านางชัดเจน
"แม่?" เจียงหลินเพิ่งลงรถก็เห็นคุณนายเจียง รีบสาวเท้าเข้ามาพลางไม่ลืมบ่น "ว่าไงเลิกแล้วไง? ของแบบนี้ทำร้ายร่างกายนะ กลับบ้านกันก่อน ข้านั่งรถมาวันนึง รีบกลับไปนอนพัก…"
"พัก? อายุแค่นี้มีอะไรต้องพัก?" คุณนายเจียงเก็บยัดบุหรี่ไฟฟ้าใส่กระเป๋า คว้าเป้สนามสองใบข้างเท้ายัดใส่อ้อมกอดของเจียงหลินรวดเดียวไป "ไปเสีย เตรียมตัวสอบนั่นใกล้จะเริ่มแล้วนะ ต้องใช้เวลาอีกตั้งหนึ่งวันถึงจะไปถึง รีบไปเตรียมตัวเสีย"
เจียงหลินอึ้งงันมองนาง "แม่……"
จากระบบดาว M417 ไปหมิงเต๋อใช้เวลาแค่สองชั่วโมง ไม่จำเป็นต้องใช้เวลาถึงหนึ่งวันเลย
พอยิ่งได้ร้องว่า "แม่" มุมปากของเจียงหลินก็เบี้ยว น้ำตาร่วงพรู นางถือเป้าสนามใหญ่เทอะทะสองใบ ไม่อาจเช็ดน้ำตาได้ ชั่วขณะนั้นน้ำมูกน้ำตาพากันไหล ดูอนาถราวน่าคนสงสารยิ่ง
นางคิดตลอดทางว่าจะบอกคุณนายเจียงเรื่องที่ตนตัดสินใจไปเรียนที่โรงเรียนนายร้อยหลีหมิงยังไงดี ยังไม่ทันได้เอ่ย ฝ่ายตรงข้ามก็รู้ซะก่อนแล้ว
"แค่เจ้าไปพักอยู่ในโรงเรียนนายร้อยหลีหมิงได้ตั้งห้าวัน ข้าก็รู้แล้วว่าเจ้าต้องไปหลีหมิงแน่" คุณนายเจียงแว้ดปากครั้งหนึ่ง ล้วงกระดาษยับยู่ยี่ออกมาจากกระเป๋าขยี้เช็ดบนหน้าเจียงหลินอย่างลวกๆ กลัวอีกฝ่ายเห็นความอาลัยในหน้า "หลีหมิงก็ไม่เลว ตั้งใจเรียนเข้า ถ้ามีธุระหรือไม่ก็โทรกลับบ้านบ้าง"
เจียงหลินร้องไห้พลางคายเศษกระดาษที่ติดอยู่ริมฝีปากออกมา "ได้แม่ อย่าเช็ดอีกเลยแม่ แม่……"
ในที่สุด เจียงหลินก็ขึ้นรถไปโรงเรียนนายร้อยหลีหมิงเหมือนเดิม นางไม่ทันได้ออกจากสถานีด้วยซ้ำ ก็ถูกห่อหิ้วส่งขึ้นรถไป
ตอนมาถึงหลีหมิงย่างเช้าพอดี เจียงหลินไม่ได้นอนทั้งคืน แต่ตอนนี้ไร้ความง่วงใดๆ
โรงเรียนนายร้อยหลีหมิงเตรียมห้องพักรวมแบบแคปซูลเดี่ยวสำหรับผู้สมัครเข้าเรียนไว้ให้ เจียงหลินเก็บของให้เรียบร้อย ส่งข้อความไปหาเฉวียนหย่าว่านางกลับมาหลีหมิงแล้ว ตั้งใจว่าสองวันนี้จะเดินดูรอบ ๆ ในโรงเรียน ทำความคุ้นเคยก่อน
——ไม่ต้องรอสองวันหรอก เจ้าอยู่ห้องพักหรือเปล่า? เดี๋ยวข้าไปหา
