ร้านขายยาทั่วไปมักเปิดร้านแต่เช้าตรู่
เปิดประตูต้อนรับลูกค้าจากทั่วสารทิศ คนป่วยก็มักรีบมาหาหมอแต่เช้า พอได้เทียบยาแล้วค่อยแวะมาซื้อยา ส่วนใหญ่ก็เลยเวลาอาหารเช้ามาไม่นาน
แต่วันนี้ ร้านขายยาตระกูลอู๋กลับเปิดไว้เพียงประตูบานเล็ก
เฉินฟางอุ้มม้วนเปลือกไม้สองม้วนเดินเข้าไป ก่อนจะเคาะประตูเบา ๆ
ในเมื่ออีกฝ่ายไม่ได้เปิดประตูกว้างต้อนรับลูกค้า เขาก็ไม่สะดวกเดินดุ่ม ๆ เข้าไป
“ใครน่ะ?”
“ผมเอง เฉินฟาง”
คนที่เดินออกมาคืออู๋กุ้ย พี่ชายภรรยาของเขา
ไม่ได้เจอกันไม่กี่วัน บนศีรษะของอู๋กุ้ยก็มีผมหงอกเพิ่มขึ้นมาหลายเส้น
ชั่วขณะหนึ่ง เฉินฟางถึงกับรู้สึกว่าบนหน้าผากของอีกฝ่ายมีรอยย่นเพิ่มขึ้นมาหลายเส้นด้วย
“น้องเฉิน ทำไมเป็นนายล่ะ? มาขายของป่าที่อำเภอหรือ? รีบเข้ามาสิ”
อู๋กุ้ยพาเฉินฟางเข้าไปในห้องด้านใน
ระหว่างทาง เฉินฟางอดถามข้อสงสัยในใจไม่ไหว
“พี่ ทำไมร้านถึงเปิดแค่ประตูบานเล็กเองล่ะ?”
“เฮ้อ...”
อู๋กุ้ยถอนหายใจ ก่อนจะยกเก้าอี้มาให้เฉินฟางนั่ง แล้วคุ้ยหาของในตู้
ดูท่าคงกำลังหาไม้ขีดมาใช้จุดตะเกียง
“นายก็รู้ พ่อรับเรื่องยุ่งยากของบ้านผู้อำนวยการมา เด็กสาวคนนั้นช่วงนี้อาการแย่ลงเรื่อย ๆ”
“เมื่อวานพ่อไปดูอาการมาอีก บอกว่าความเย็นเข้าสู่เส้นลมปราณปอด คงเหลือเวลาอีกแค่ครึ่งเดือน”
“แม่เลยพูดขึ้นมาว่าอย่าเปิดร้านยาแบบนี้เลย ถ้าคนบ้านนั้นมาเห็นก็คงไม่สบายใจ”
“หลายวันมานี้คนในบ้านแทบนอนไม่หลับกันเลย”
น้ำเสียงของอู๋กุ้ยแฝงความเศร้าหมองจากความไม่แน่นอนของชีวิต
