“ลุง ป้า ผมล่าสัตว์ป่ามาได้หน่อยหนึ่ง กะว่าจะเอาไปขายในอำเภอ แล้วซื้อผ้ามาตุนไว้ใช้หน้าหนาวครับ”
“โอ้ ใช้ได้เลยนี่ งั้นพวกเธอไปก่อนเถอะ ลาแก่ของเราสองคนอายุมากแล้ว ตามเธอไม่ทันหรอก”
“ถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนนะครับลุงหลิว ป้า”
เฉินฟางบังคับเกวียนลาออกไปก่อน ส่วนคนชราทั้งสองก็เริ่มซุบซิบกันอยู่ข้างหลังเขา
“ไอ้หนุ่มนี่ไปขายเนื้อจริงหรือเปล่า?”
“ตาแก่ ฉันว่าแกแก่จนสมองเลอะเลือนแล้วล่ะ เขาจะไปล่าสัตว์ป่าได้ยังไง ฝีมือมีแต่ตอนทำร้ายเมียเท่านั้นแหละ”
“อย่าพูดเหลวไหลสิ ถึงเจ้าหนุ่มตระกูลเฉินจะชื่อเสีย แต่ก็ไม่เคยได้ยินว่าเขาทุบตีเมียเลยนะ”
ลุงหลิวหรี่ตามองแผ่นหลังของเฉินฟาง ก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างอดไม่ได้
เขาหวดแส้ใส่ลาตัวแก่ที่ทำท่าจะหยุดข้างทาง แล้วจึงเอ่ยขึ้นว่า
“ดูรูปร่างสิ ไม่น่าเชื่อเลยว่าจะเป็นคนขี้เกียจ”
“ฮึ ยังดีที่ไม่ได้ยกลูกสาวให้เขา เสี่ยวหลานถึงกับขู่ฆ่าตัวตายเพราะอยากแต่งกับเขา ถ้าแต่งเข้าไปจริง ๆ คงได้ลำบากแน่”
“เรื่องมันผ่านไปแล้ว เมียเขาก็แต่งกลับบ้านไปแล้ว จะพูดถึงเรื่องพวกนั้นทำไมอีก”
“เสี่ยวหลานก็แค่เห็นว่าเขาหน้าตาดี แล้วหน้าตาดีเอามากินแทนข้าวได้หรือไง ยัยเด็กบ้านั่นจนป่านนี้ก็ยังตัดใจไม่ได้”
พอพูดถึงลูกสาวตัวเอง ลุงหลิวก็ได้แต่ทำใจอย่างจนปัญญา ถอนหายใจแล้วก้มหน้าขับเกวียนต่อ
ตอนนี้เฉินฟางเดินทางมาถึงข้างโรงแรมรับรองในอำเภอแล้ว
ร้านอาหารของพี่เหมยตั้งอยู่ตรงนี้เอง
“พี่เหมย เนื้อแพะเหลืองชั้นดีครับ เพิ่งเชือดเมื่อวานนี้เอง”
“โอ้ เป็นแพะเหลืองจริง ๆ ด้วย”
พี่เหมยเปิดฟางที่คลุมอยู่บนเกวียนลาของเฉินฟางดู ดวงตาฉายแววประหลาดใจ
