ตอนเฉินฟางเดินเข้าไปในห้องของลู่เทียนเทียน เธอกำลังอุ้มเยว่เยว่ให้นมอยู่
พอเห็นเฉินฟางเดินเข้ามา เธอก็รีบเอาเสื้อคลุมปิดทันที
แต่ภาพขาวผ่องตรงหน้า เฉินฟางเห็นเต็มตาไปเสียแล้ว
“ไอ้ผู้ชายบ้า เข้ามาก็ไม่รู้จักเคาะประตู”
“เทียนเทียน เราเป็นผัวเมียกันมานานแล้ว ยังจะอายอะไรอีก”
“ใครเป็นผัวเมียกับนาย...”
“ดูนี่สิ อะไรเอ่ย”
เฉินฟางคลี่ของในมือออกทันที ดึงดูดสายตาลู่เทียนเทียนได้ในพริบตา
ผ้าลายดอกโบตั๋นผืนหนึ่งปรากฏตรงหน้าเธอ
“ผ้าลายดอก!”
“ผ้าแพรเนื้อดีเชียวนะ สามีเธออุตส่าห์อ้อมไปซื้อมาให้ เป็นไง พี่ฟางพูดแล้วทำจริงใช่ไหมล่ะ”
“เป็นผ้าแพรจริง ๆ ด้วย”
ลู่เทียนเทียนลูบผ้าในมืออย่างทะนุถนอม วางไม่ลงเลยสักนิด
ยุคนี้แค่จะกินให้อิ่มยังเป็นเรื่องยาก ในหมู่บ้านนี้คงมีแค่สาว ๆ บ้านเลขาธิการกองพลเท่านั้นที่ได้สวมเสื้อผ้าแบบนี้
ยิ่งไปกว่านั้น ผ้าผืนนี้ดูหรูหว่าเสื้อลายดอกของภรรยาเลขาธิการเสียอีก
“เทียนเทียน พี่เหนื่อยมาทั้งวัน หิวจนท้องติดหลังแล้ว เยว่เยว่ไม่เห็นทำอะไรเลย เอาแต่นอน จะกินเยอะไปทำไม”
“นายเป็นสัตว์หรือไง ถึงแย่งกินกับลูกสาวตัวเอง”
“พี่ขอดูดแค่คำเดียวเองนะ ขอร้องล่ะเทียนเทียน”
......
อู๋เสวี่ยเหมยกับคนอื่น ๆ ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นในห้องของลู่เทียนเทียน
รู้เพียงว่าตอนกลางคืนได้ยินเสียงเยว่เยว่ร้องไห้ดังเป็นพิเศษจากในห้องของลู่เทียนเทียน
แต่เรื่องนั้นเอาไว้ก่อน
ตอนกินข้าว หานซูเจินมีสีหน้าดีกับเฉินฟางอย่างที่ไม่ค่อยได้เห็น
“ฟางจื่อ ช่วงสองวันนี้ขึ้นเขาลำบากแย่ กินเยอะ ๆ หน่อย”
“ใช่แล้วป๊า ป๊าล่าสัตว์มาคงเหนื่อยมากเลยใช่ไหม”
