“ขวัญหาย?”
คนที่อยู่ ณ ที่นี้ไม่มีใครเป็นคนธรรมดา ดังนั้นพอเหยียนโส่วอีพูดสามคำนี้ออกมา สีหน้าของทุกคนก็เคร่งขรึมขึ้นทันที
หวงไห่ยกมือคารวะอย่างเลื่อมใส “น้องเหยียนช่างรอบรู้จริง ๆ แค่มองปราดเดียวก็รู้สาเหตุของอาการแล้ว”
ส่วนโจวอวี่เฉวียนเหลือบมองนกไม้ในมือของเหยียนโส่วอี แล้วถามว่า “นี่คือศาสตราวิเศษอะไร ถึงได้มหัศจรรย์ขนาดนี้?”
“อย่าคิดอยากได้เลย นี่เป็นศาสตราวิเศษเฉพาะของลัทธิหลู่ปัน และมีแค่ผมที่ใช้ได้ ต่อให้ให้คุณไป คุณก็ใช้ไม่เป็นหรอก” เหยียนโส่วอีพูดมีนัย แถมยังปิดช่องโหว่เสียมิดชิด ทำให้โจวอวี่เฉวียนได้แต่ยิ้มเจื่อน ๆ
เหยียนโส่วอียื่นมือไปจับชีพจรของเฉินต้าเหวย หลับตาสัมผัสชีพจรไปพร้อมกับอธิบายว่า
“คนเรามีสามจิตเจ็ดวิญญาณ พอขวัญหาย อย่างเบาก็สติไม่อยู่กับเนื้อกับตัว อารมณ์แปรปรวน เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย อย่างหนักก็หมดสติไม่ฟื้น หรือถึงขั้นเสียชีวิต”
หวงไห่กับโจวอวี่เฉวียนย่อมรู้หลักการเหล่านี้อยู่แล้ว เหยียนโส่วอีจึงอธิบายให้หลงเฟยเฉิงฟัง
หลงเฟยเฉิงขมวดคิ้ว “อาจารย์ของผมเองก็ทำงานในวงการนี้มาตลอด ทำไมจู่ ๆ ถึงขวัญหายได้ล่ะ?”
“พูดถูก ผีเร่ร่อนพวกนั้นไม่มีทางเลือกไปหลอกเอาขวัญคนมีฝีมืออย่างสหายท่านนี้ เรื่องนี้ไม่สมเหตุสมผลเลย!” หวงไห่กล่าวเสริม
โดยทั่วไป อาการขวัญหายแบ่งเป็นสองกรณี
กรณีแรก เกิดจากประสบเรื่องน่าสะพรึงกลัว ประกอบกับขวัญของตัวเองไม่มั่นคง พอถูกทำให้ตกใจ ขวัญก็หลุดลอยไปทันที
กรณีนี้มักเกิดกับเด็กเล็ก เพราะขวัญของเด็กยังไม่มั่นคงมาตั้งแต่เกิด อีกทั้งยังขี้กลัว จึงขวัญหายได้ง่าย เรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นบ่อยในชนบท จนชาวบ้านรู้วิธีเรียกขวัญกันเอง ไม่ต้องเชิญอาจารย์มาทำพิธีถึงบ้าน
ส่วนกรณีที่สองค่อนข้างพิเศษ
ถ้าคนคนหนึ่งกล้าหาญ ขวัญมั่นคง แต่ยังขวัญหายได้อีก โอกาสสูงว่าเขาจะเจอสิ่งอัปมงคล ถูกสิ่งอัปมงคลพันพัว แล้วมันก็จงใจฉุดขวัญของเขาไป!
เหยียนโส่วอีคิดว่าอาการของเฉินต้าเหวยต้องเป็นกรณีหลังแน่นอน
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยฝีมือของเฉินต้าเหวยแล้วยังถูกฉุดขวัญไปได้ ฝ่ายตรงข้ามย่อมไม่ใช่พวกธรรมดา
