เดินมาได้ราวยี่สิบนาที หลินจื้ออวี้ก็มาถึงเลขที่สิบเจ็ด เป็นอาคารสี่ชั้นสีเทาอมขาว หน้าร้านไม่กว้างนัก แต่จัดเก็บได้สะอาดเรียบร้อย
หน้าประตูแขวนป้ายเหล็กพื้นขาวตัวอักษรดำไว้แผ่นหนึ่ง เขียนว่า “บริษัทนำเข้าส่งออกสิ่งทอ สาขาจิงซือ”
ประตูกระจกเช็ดจนมันวาว สะท้อนเงาคนได้ ผ่านกระจกมองเห็นพื้นหินขัดสีเทาอ่อนด้านใน ริมกำแพงมีโซฟาหนังสีน้ำตาลเข้มเรียงเป็นแถว บนโซฟามีชายสองคนสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกำลังเปิดดูเอกสาร
หลินจื้ออวี้ยืนอยู่หน้าประตูครู่หนึ่ง ยกมือเก็บปอยผมข้างแก้มทัดหู จัดปกเสื้อให้เรียบร้อย ก่อนผลักประตูเข้าไป
โถงชั้นหนึ่งกว้างขวางกว่าที่เห็นจากด้านนอก ราวสามสิบถึงสี่สิบตารางเมตร ริมกำแพงมีโซฟาเรียงเป็นแถว ฝั่งตรงข้ามเป็นเคาน์เตอร์ต้อนรับ ท็อปเคาน์เตอร์ทำจากหินอ่อนและเช็ดสะอาดเอี่ยม
หลังเคาน์เตอร์มีหญิงสาวสวมเครื่องแบบสีฟ้าอ่อนนั่งอยู่ เมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าก็เงยหน้าขึ้น “สวัสดีค่ะ ไม่ทราบว่ามาพบใครคะ”
“สวัสดีค่ะ” หลินจื้ออวี้ยกมุมปาก เสียงนุ่มนวล “ฉันเป็นนักศึกษาจิงต้า เห็นประกาศรับสมัครนักแปลของบริษัทคุณอยู่หน้าประตู เลยอยากมาถามว่ายังรับคนอยู่ไหมคะ”
