ว่านเสี่ยวซานอดชมไม่ได้ว่า “รุ่นพี่เจียงช่างใส่ใจจริง ๆ ไม่เห็นเหมือนที่ลือกันว่าไม่มีใครกล้าเข้าใกล้เลยสักนิด”
แค่ฟังพวกเธอชมเจียงเจ้อ หูของหนานจือก็แทบจะด้านชา จึงเปลี่ยนเรื่องคุยทันที “เถียนเถียนได้แอดเพื่อนกับรุ่นพี่หลินอวี่เซวียนแล้ว คงจะจะกลายเป็นคนแรกในห้องที่หลุดโสดแน่”
เกิ่งเถียนเถียนเขินจนทุบเธอสองที “จือจือ พูดเหลวไหลอะไร เธอก็เพิ่งจะเริ่มต้นเองนะ!”
พอเปลี่ยนเรื่องมาที่เกิ่งเถียนเถียน อีกสองคนก็อดใจไม่ไหวที่จะร่วมวงเมาท์เข้าไปด้วย
“ถึงเขาจะเป็นโอตาคุ แต่เขารวยนะ!” หลีจื่อเมิงหัวเราะร่า “นี่รถ BMW เลยนะ!”
“BMW ก็คือรวยหรอ?” ว่านเสี่ยวซานกลอกตา “จือจือบ้านเรามี Rolls-Royce!”
ทั้งสองมองเธออย่างไม่อยากเชื่อ “หา เธอรู้ได้ไง?”
หนานจือแตะจมูกตัวเอง “เสี่ยวซานเคยเห็นรูปที่ฉันนั่งในรถตอนเด็ก”
หลีจื่อเมิงกับเกิ่งเถียนเถียนผลักว่านเสี่ยวซานออก แล้วแยกย้ายไปคล้องแขนเธอซ้ายขวา “จือจือ เธอเป็นคุณหนูที่ซ่อนตัวมาเรียนหรอ?”
เกิ่งเถียนเถียน “ปกติจริง ๆ ไม่เห็นมีท่าทางเป็นคุณหนูเลยสักนิด!”
“จือจือถ่อมตัวเกินไปแล้ว” หลีจื่อเมิงคล้องแขนหนานจือแน่นขึ้น “ถึงจะเป็นสาวสวยไฮโซตัวจริง ระดับของเซี่ยซืออวี่น่ะเทียบไม่ติดเลย!”
ว่านเสี่ยวซานดีดหน้าผากทั้งสองคน “พวกเธอไม่เคยคิดบ้างหรอว่า การที่หนานจือเป็นชิงเหมย์กับคุณชายใหญ่อย่างเฝิงซือเหนียนได้ ฐานะต้องเท่าเทียมกันแน่นอน”
เกิ่งเถียนเถียนทุบหน้าตัวเองด้วยความเสียดาย “เสียดายจริง ๆ ไม่ได้รีดไถจือจือให้มากกว่านี้!”
