หลังจากไปส่งเจียงเจ้อถึงหน้าทางเข้าหมู่บ้านจัดสรร หนานจือก็กลับบ้าน
เจียงเจ้อไม่ได้แวะอยู่ที่อันเหอนานนัก เขากลับเมืองหลวงทันที
เขาไม่มีบ้านเป็นของตัวเอง บ้านของลู่เฉิงก็คือบ้านของเขา
พ่อบ้านที่หน้าประตูเห็นเจียงเจ้อกลับมา จึงเตือนว่า “คุณชายครับ คุณผู้ชายรอคุณอยู่ในห้องรับแขกนานแล้ว”
เจียงเจ้อชะงักฝีเท้า “รู้แล้วครับ”
ตามธรรมเนียมในปีก่อน ๆ ลู่เฉิงจะกลับคฤหาสน์ตระกูลลู่ก่อนวันตรุษจีน เพื่ออยู่เป็นเพื่อนคุณปู่ลู่ แต่คราวนี้เขากลับผิดไปจากปกติ โดยอยู่บ้านแทน
เจียงเจ้อเดินเข้าไปในห้องรับแขก เห็นคนที่นั่งอยู่บนโซฟาแล้วก็เอ่ยเรียกอย่างนอบน้อม “คุณน้าครับ”
ลู่เฉิงวางมือทั้งสองข้างลงบนไม้เท้า พอเห็นเขายืนสงบเสงี่ยม ไม่ได้ถือวิสาสะนั่งลง ก็แค่นเสียงเย็นชา “ยังรู้จักกลับมาอีกนะ ไม่ใช่ว่าเธอควรออกจากเขาชุนหมิงตั้งแต่เมื่อวานแล้วหรือไง”
เจียงเจ้อหลุบตาลง “ตอนอารองอู๋เผาเครื่องเคลือบ เขาต้องใช้วัสดุชนิดหนึ่ง ผมเลยขึ้นเขาไปช่วยหา แล้วเจอพายุหิมะจนติดอยู่บนเขาสามชั่วโมง เลยกลับมาล่าช้าครับ”
ลู่เฉิงเคาะไม้เท้าลงพื้นแรง ๆ “เธอพูดมาแค่ครึ่งเดียวใช่ไหม”
เปลือกตาของเจียงเจ้อไหววูบ แต่ไม่ได้ตอบ
“เธอไปกับผู้หญิงที่ชื่อหนานจือใช่ไหม” ลู่เฉิงเยาะเย้ย “เมื่อคืนไม่มีชื่อเธอเข้าพักที่โรงแรม แล้วเธอไปอยู่ที่ไหน”
เจียงเจ้อเม้มปากแน่น ไม่พูดอะไรสักคำ
ลู่เฉิงตวาดเสียงเข้ม “พูดสิ เจียงเจ้อ!”
เห็นเขายังไม่ยอมตอบ ลู่เฉิงก็โกรธจนอกกระเพื่อม “คุกเข่าลง”