หนานจือเมื่อยมือ วางกระเป๋าลงแล้วนั่งที่โต๊ะ
“ต้องถามด้วยเหรอ นอกจากตาบอดแล้ว ใคร ๆ ก็เลือกเจียงเจ้อ”
หลีจื่อเมิงตาเป็นประกาย เกิ่งเถียนเถียนกับว่านเสี่ยวซานสบตากันปราดเดียวก็รู้เลยว่าสมองจิ้นคู่รักของเพื่อนกำลังจะกำเริบอีกแล้ว
ยังไม่ทันที่หลีจื่อเมิงจะเสนอตัวช่วยออกแผนการ หนานจือก็เปิดกล่องใส่มือเธอ “ของกินนี่ยังปิดปากแกไม่ดังอีกเหรอ”
“โรงพยาบาลนี่ไม่รักษาโรคสมองชอบจิ้นคู่รักของแกบ้างเลยรึไง” ว่านเสี่ยวซานเบียดเข้ามาแย่งลูกชิ้นปลาของเธอไป “ไม่จำเป็นต้องมีผู้ชายถึงจะมีชีวิตอยู่ได้หรอกนะ”
หลีจื่อเมิงซู้ดเส้นกุยช่ายเข้าปากอย่างเจ็บใจ “แต่ฉันว่า หนานจือเราผิวขาวหน้าตาดี แล้วยังเล่นเปียโนได้อีก สมควรคู่กับคนที่ดีที่สุด!”
หนานจือตอบกลับ “ถ้าให้เอาเวลามาใส่ใจรักคนอื่น สู้ฉันรักตัวเองดีกว่า”
“โมโหจะตาย!” หลีจื่อเมิงเลื่อนหน้าจอไปมาแล้วทุบโต๊ะด้วยความโกรธ “นี่มันฟอรั่มอะไรกัน ถึงมีคนด่าหนานจือได้!”
เกิ่งเถียนเถียนเอนตัวเข้าไปดู ข้อความของเจ้าของโพสต์เขียนว่า: [ถึงแม้จะเป็นเพื่อนรักกันมาตั้งแต่เด็ก แต่ที่ฉันสังเกต เฝิงซือเหนียนทุ่มเทให้หนานจือสารพัดจนเหมือนหมาขี้ประจบ แต่นางล่ะ ทำเป็นเมินไม่สนใจมาตลอด แล้วพอดีกับไปพบไป๋เวยอีกครั้ง สองคนเลยกลับมาคืนดีกัน แต่หนานจือหันไปคบกับเจียงเจ้อทันที
ต้องรู้ไว้ว่าเจียงเจ้อคือใครนะหรือ นั่นล่ะคือดอกไม้บนยอดเขาสูงที่มีชื่อลั่นมหาวิทยาลัยปักกิ่ง ไม่เคยมีเพศตรงข้ามอยู่ข้างกายเลยสักคน แถมยังมีข่าวลือว่าเขาชอบเพศเดียวกันอีกต่างหาก แต่กลับไปกินโอเด้งกับหนานจือด้วยกัน! ถ้าจะบอกว่าสองคนนี้ไม่ได้แอบคบกันลับ ๆ ละก็ ฉันไม่มีทางเชื่อแน่!]
