คนที่รับหน้าที่ติดต่อกับเสิ่นเจิงคืออดีตสมาชิกทีมของเขา ชื่อหลี่เจ๋อ
เขาเป็นนักศึกษาผลการเรียนดี ทั้งยังมีไอคิวสูง ปกติรับผิดชอบวางแผนการรบภายในทีม
หลังเสิ่นเจิงถูกส่งไปยังแดนรกร้าง หลี่เจ๋อก็ยื่นคำร้องเข้ากองบัญชาการชะตาประเทศชาติด้วยตัวเอง เพื่อรับหน้าที่ดูแลห้องถ่ายทอดสดของหัวหน้าทีมโดยเฉพาะ
ตามปกติ หลี่เจ๋อจะเป็นคนติดต่อกับหัวหน้าทีมและช่วยวางแผนเส้นทางให้
เพราะห้องถ่ายทอดสดเป็นมุมมองจากบุคคลที่สาม จึงช่วยให้เสิ่นเจิงตรวจสอบจุดบกพร่องได้
แต่ครั้งนี้ หลี่เจ๋อกลับพูดไม่ออก
เพราะเขาเคยเห็นแล้วว่าหัวหน้าทีมเอ็นดูเฉียนเฉียนมากแค่ไหน
พูดได้เต็มปากว่า หากไม่ใช่เพราะทุกคนในทีมรู้ว่าเสิ่นเจิงไม่มีเวลาคบใครหรือแต่งงาน
พวกเขาคงคิดว่าเฉียนเฉียนเป็นลูกสาวแท้ ๆ ของเขาไปแล้ว
หลี่เจ๋อเงียบไปชั่วขณะ ก่อนทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“หัวหน้าทีม ผู้เข้าแข่งขันคนใหม่ปรับตัวได้ดี ไม่ต้องห่วงครับ”
แต่เสิ่นเจิงเป็นคนแบบไหน เขาเป็นคนช่างสังเกตและละเอียดอ่อนอย่างยิ่ง
เขาไม่ใช่คนบ้าบิ่นเอาแต่พุ่งชน ตรงกันข้าม เสิ่นเจิงทั้งฉลาดและเก่งในการจับอารมณ์คน
เขาสืบทอดข้อดีของเสิ่นจงเลี่ยงและสวีฮุ่ยมาครบถ้วน
เสิ่นเจิงทำสีหน้าเคร่งขรึม “หลี่เจ๋อ นายลืมไปแล้วหรือว่าตัวเองโกหกไม่เก่ง”
เสิ่นเจิงรู้จักสมาชิกทุกคนในทีมเป็นอย่างดี ไม่ใช่แค่ข้อดี แต่รวมถึงข้อเสียด้วย
อย่างหลี่เจ๋อ ข้อดีคือฉลาดและมีเหตุผล ส่วนข้อเสียคือความฉลาดทางอารมณ์ต่ำ ไม่ถนัดเข้าสังคม ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการโกหก
หลังผ่านการฝึกฝนมาโดยเฉพาะ หลี่เจ๋อก็พัฒนาขึ้นไม่น้อย
แต่พออยู่ต่อหน้าเสิ่นเจิง เขาก็ยังมีพิรุธเต็มไปหมด
