ฉินฟางเดินเข้าไปในห้องโถงอย่างระมัดระวัง แต่กลับพบว่าข้างในว่างเปล่า ไม่มีใครอยู่เลย บนโต๊ะมีกระดาษแผ่นหนึ่งวางอยู่
ฉินฟางหยิบกระดาษขึ้นมาอ่าน สีหน้าพลันเคร่งขรึม
หลังอ่านจบ เธอก็จดเนื้อหาในกระดาษไว้ จากนั้นนำกระดาษไปใส่ในกระถางถ่านข้างโต๊ะ
เมื่อเห็นกระดาษแผ่นนั้นกลายเป็นเถ้าถ่าน ฉินฟางจึงเดินออกจากลานบ้านด้วยสีหน้าหนักอึ้ง แล้วกลับเข้าร้านสหกรณ์ทางประตูหลัง
หลังซื้อของใช้สำหรับผู้หญิงแล้ว ฉินฟางก็กลับไปหาซูเหลียงพร้อมเรื่องหนักใจเต็มอก แต่เพียงชั่วพริบตาก็กลับกลายเป็นสาวน้อยน่ารักแสนหวาน
ซูเหลียงที่ไม่รู้อะไรเลยกลายเป็นอัศวินผู้พิทักษ์ คอยทะนุถนอมฉินฟางสารพัด
เขาทำแบบนี้มาสิบกว่าปีแล้ว จนกลายเป็นความเคยชินไปเสียแล้ว
ตอนเด็กฉินฟางทั้งน่ารักทั้งบอบบางราวกับตุ๊กตากระเบื้อง จะให้กระแทกหรือชนก็ไม่ได้ ทั้งยังทนความไม่เป็นธรรมแม้แต่นิดเดียวไม่ได้
ทุกครั้งที่เห็นฉินฟาง ซูเหลียงก็จะนึกอยากปกป้องเธอขึ้นมาโดยไม่รู้ตัว
ชาวบ้านที่รอรถวัวอยู่ด้วยกันเห็นแล้วก็เบ้ปาก รู้สึกแสบตาเหลือเกิน จึงพากันหันหลังให้เงียบ ๆ
พวกเขาสองคนยังกล้าทำ แต่พวกเธอไม่กล้าดู
มื้อกลางวันสำหรับกินคนเดียวทำง่ายอยู่แล้ว สวีหลินกินจนอิ่มหนำแล้วก็นอนลงบนเตียง เริ่มตรวจนับของที่ได้มาเมื่อวาน
สิ่งแรกที่เธอดูก็คือคัมภีร์การแพทย์เล่มนั้น ชื่อคัมภีร์ฮุยชุน เป็นผลงานของผู้ไร้นามคนหนึ่งในประวัติศาสตร์
สวีหลินเปิดหน้าหนังสืออ่าน หนังสือเล่มนี้จัดเรียงตัวอักษรในแนวตั้ง ทั้งยังไม่มีเครื่องหมายวรรคตอน ดูจากวัสดุของกระดาษแล้ว น่าจะมีอายุหลายร้อยปี
เก็บรักษามาจนถึงตอนนี้ได้ก็ไม่ง่ายแล้ว ยิ่งรักษาไว้ได้สมบูรณ์ถึงเพียงนี้ แสดงว่าเจ้าของคัมภีร์การแพทย์เล่มนี้ทะนุถนอมมันมาก