“ปัญญาชนเฉิน มานี่หน่อย พวกเรามีเรื่องจะคุยด้วย” ฉินฟางร้องเรียกด้วยท่าทีวางอำนาจ
“ไม่มีเวลา มีอะไรก็พูดตรงนี้” เฉินเจาตี้ตอบเสียงเข้ม เธอไม่พลาดแววรังเกียจในดวงตาของฉินฟางเลย
ถุย ลูกสาวสายลับอย่างเธอ มีสิทธิ์อะไรมารังเกียจฉัน
ถ้าไม่ใช่เพราะสายลับคนนั้นไม่รู้จักทำตัว ฉินฟางคงไม่ได้ใช้ชีวิตสุขสบายอย่างทุกวันนี้ ชีวิตดี ๆ พวกนั้นควรเป็นของปัญญาชนสวีต่างหาก ถุย ไอ้คนไร้ยางอาย
แย่งตำแหน่งคนอื่นไปแล้วยังไม่รู้ตัว ยังมีหน้ามาวางท่าเย่อหยิ่งต่อหน้าฉันได้ยังไง
คิดจริง ๆ หรือว่าไม่มีใครรู้เรื่องของใคร
ในใจไม่สบอารมณ์ น้ำเสียงของเฉินเจาตี้จึงเย็นชาขึ้น “มีอะไรก็รีบพูด อย่ามาขวางฉันล้างมือ น้ำเย็นจะตาย”
“เธอ...” ฉินฟางโกรธจนพูดไม่ออก ไฟโทสะพุ่งขึ้นในใจ คนชั้นต่ำอย่างเธอกล้าพูดกับฉันแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไรกัน
เธอเป็นเจ้าหญิงน้อยแห่งตระกูลฉิน ตั้งแต่เด็กก็ถูกทะนุถนอมราวกับไข่ในหิน
เพราะเธอ ตระกูลฉินถึงกับไม่ต้องการลูกสาวแท้ ๆ ของตัวเอง
ต่อให้มีคนเปิดโปงว่าเธอเป็นลูกสาวของสายลับ ตระกูลฉินก็ไม่เคยพูดว่าจะส่งเธอกลับไป ยังคงตามใจเธอเหมือนเดิม
ถ้าไม่ใช่เพราะต้องการหลบกระแสชั่วคราว เธอไม่มีทางมาทนทุกข์ในที่กันดารแบบนี้หรอก
ฉินฟางมีไฟโทสะอยู่ในใจ แววตาที่มองเฉินเจาตี้จึงไม่เป็นมิตร แต่เธอก็ปรับสีหน้าได้อย่างรวดเร็ว
เรื่องการควบคุมสีหน้า ฉินฟางทำได้ดีทีเดียว
เธอถามด้วยน้ำเสียงน้อยเนื้อต่ำใจ “ปัญญาชนเฉิน ฉันไปทำให้คุณไม่พอใจตรงไหนหรือ ทำไมคุณถึง...”
เธอมองซูเหลียงอย่างน่าสงสาร ก่อนเปลี่ยนคำพูด “พี่เหลียง ฉัน... ฉันเป็นคนน่ารำคาญมากหรือเปล่า”