ในบรรดาคนกว่าสิบคนนั้น มีเพียงสองคนที่ยินดีตามไปด้วย ที่เหลือต่างปฏิเสธอย่างสุภาพ
พวกเขายังหวังว่าจะกลับบ้านเกิดได้หลังพ้นโทษ หากออกจากค่ายไปในตอนนี้ ก็หมายความว่าจะไม่มีวันได้กลับบ้านอีก
ม่อเสี่ยวซีไม่ได้บังคับ นางควบคุมเรือบินฉวนหยุนไปรับคนทั้งสี่ แล้วมุ่งหน้าไปยังเขตหมอก
แต่คาดไม่ถึงว่าเพิ่งบินไปได้ครึ่งทาง เครื่องสื่อสารก็สว่างขึ้น
เปิดดูแล้วพบว่าเป็นข้อความจากเยียนหลาน “ท่านเจ้าบ้านม่อ ท่านจากไปแล้ว เหตุใดไม่พาพวกเราไปด้วยเล่า?”
ม่อเสี่ยวซีตอบกลับไปว่า “ข้าขัดแย้งกับสำนักเทียนเหยียนจงแล้ว ต่อไปคงไม่กลับไปที่ค่ายอีก หากพวกเจ้าตามข้าไป เกรงว่าจะกลายเป็นผู้ต้องหาที่ถูกตามจับ”
เยียนหลานกับคนอื่น ๆ ล้วนเป็นคนของกรมปราบมาร นางจะบ้าไปแล้วหรือถึงจะพาพวกเขาไปด้วย
เรื่องที่นางสังหารเวยชิงชวนกับพวกนั้นปิดไม่มิดอยู่แล้ว เพราะอีกฝ่ายเจาะจงเรียกชื่อนางเพื่อมาจับกุม แต่กลับจับตัวไม่สำเร็จ คนจากหอบทัณฑ์รวมถึงคนบนยานมหาสำเภาสามลำล้วนตายหมด หากบอกว่าไม่ใช่ฝีมือนาง ผียังไม่เชื่อ
แต่ถ้าไม่ฆ่าพวกเขา หากถูกจับไปยังสำนักเทียนเหยียนจง เมื่อมีคนตระกูลเวยอยู่ด้วย นางไม่ตายก็คงถูกถลกหนังออกมาชั้นหนึ่ง
“ท่านเจ้าบ้านม่อ ข้ารู้ว่าท่านทำอะไรลงไป แต่ข้าไม่สนใจ ขอท่านโปรดพาพวกเราไปด้วยเถิด”
เยียนหลานกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงใจ “ท่านก็รู้สภาพร่างกายของพวกเราแล้ว คงมีชีวิตอยู่ได้อีกไม่กี่ปี จะถูกตามจับหรือไม่ก็ไม่สำคัญ ขอเพียงมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกสักสองสามปี ต่อให้ต้องบุกฝ่าขุนเขาดาบหรือลุยทะเลเพลิง พวกเราก็เต็มใจ”
ม่อเสี่ยวซีหัวเราะเบา ๆ “เอาเถอะ ในเมื่อเจ้าพูดเช่นนี้ ก็มาเถิด พอดีจะได้นำยานมหาสำเภาลำนั้นมาด้วย
