ส่งเสบียงหรือ?
ส่งเสบียงอะไรกัน?
ข้าสั่งให้ใครส่งเสบียงมาตั้งแต่เมื่อไรกัน?
ม่อเสี่ยวซีรีบไต่ขึ้นบันได ชะโงกหน้าออกไปมองข้างนอก
เห็นเพียงหมอกมัวปกคลุมไปทั่ว เด็กหนุ่มวัยสิบกว่าปียืนอยู่ท่ามกลางหมอกหนา พลางยิ้มมองมาทางนี้
“เสี่ยวชวนจื่อ?” ม่อเสี่ยวซีขมวดคิ้ว พลันหันไปส่งสายตาให้น้องชายทั้งสอง
ทั้งคู่เข้าใจทันที รีบวิ่งกลับเข้าไปในบ้าน หยิบอาวุธกับธนูแล้วไต่ขึ้นบันได
หลินจิ้นเองก็หยิบธนูขึ้นไปยืนบนกำแพงอีกด้าน
หลายวันมานี้ มีการวางก้อนหินไว้มากมายชิดกำแพงด้านในลานบ้าน จากนั้นม่อเสี่ยวซีก็ซ่อมแซมจนกลายเป็นบันไดหินทอดวนรอบ ช่วยให้ทุกคนคอยสังเกตสถานการณ์ข้างนอกได้ตลอดเวลา
“รีบเปิดประตูเร็ว ข้าเอาเสบียงมาให้พวกเจ้า!” เสี่ยวชวนจื่อพูดพลางวางถุงหนังปีศาจใบใหญ่ลงข้างเท้า
สัญญาณเตือนในใจม่อเสี่ยวซีดังขึ้น นางเอ่ยเสียงเย็นชา “พวกเราไม่ต้องการเสบียง เจ้ารีบกลับไปเถิด อีกไม่นานก็จะมืดแล้ว ข้างนอกไม่ปลอดภัย”
“ไม่ได้หรอก ข้ากลับไปไม่ได้แล้ว คืนนี้ขอพักที่นี่ก็แล้วกัน” เสี่ยวชวนจื่อก้าวมาข้างหน้าหนึ่งก้าว หมอกหนาก็เคลื่อนเข้าใกล้กำแพงขึ้นอีกส่วนหนึ่ง
ม่อเสี่ยวซีจ้องเด็กหนุ่มเขม็ง ค่อย ๆ ยกหน้าไม้ขึ้นเล็ง
แต่นางไม่แน่ใจว่าคนตรงหน้านี้ใช่เสี่ยวชวนจื่อตัวจริงหรือไม่ หากเผลอฆ่าเขาผิดคน นางคงกลายเป็นศัตรูคู่อาฆาตกับค่ายที่ 106
บิดาของเสี่ยวชวนจื่อเป็นนักประดิษฐ์ผู้เก่งกาจ อีกทั้งยังเป็นยอดฝีมือชั้นมารวิชา ส่วนมารดาของเขา หาเจิน ยิ่งเป็นถึงชั้นมารวิชาขั้นหก ได้ยินว่าฝีมือยิงธนูสูงส่งมาก สามารถสังหารปีศาจประหลาดขั้นห้าได้จากระยะไกล
“เสี่ยวลิ่วจื่อ! หยุดเดี๋ยวนี้!” ม่อเสี่ยวซีตวาด “พ่อแม่เจ้าเพิ่งส่งข้อความมาบอกข้าว่าพี่ใหญ่ของเจ้าป่วย ให้เจ้ารีบกลับบ้านทันที!”
