เจ้าหน้าที่ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะจำใจพูดว่า “งั้นตามข้ามา”
ม่อเสี่ยวซีพยักหน้า แล้วเดินตามเจ้าหน้าที่เข้าไปในห้องแยกห้องหนึ่ง
“รออยู่ตรงนี้ก่อน ข้าจะไปเรียกผู้จัดการมา” เจ้าหน้าที่พูดจบก็รีบวิ่งออกไป
ม่อเสี่ยวซีกอดถุงขาดวิ่นไว้ พลางกวาดตามองไปรอบ ๆ
ห้องแยกกว้างขวาง มีเพียงโต๊ะสี่เหลี่ยมตัวใหญ่กับเก้าอี้ไม่กี่ตัว นอกจากนั้น ผนังด้านหนึ่งยังเป็นกระจกสีดำที่สะท้อนเงาของตนเองได้อย่างชัดเจน
ในกระจกสะท้อนภาพหญิงสาวใบหน้าซีดเซียว ดวงตากลมโตดำสนิทคู่หนึ่งดูใสกระจ่างและไร้เดียงสา
เพราะร่างกายผอมแห้งมาก ทั้งที่ใกล้จะอายุสิบเจ็ดแล้ว กลับดูเหมือนเด็กที่ยังโตไม่เต็มวัย
มวยผมคู่ของนางยุ่งเหยิงเล็กน้อย ชุดหนังปีศาจสีน้ำตาลเทาเปื้อนดินโคลนอยู่ไม่น้อย ทั้งยังมีบางจุดที่ขาดวิ่นอย่างหนัก
บนบ่าสะพายถุงหนังปีศาจใบเล็กไว้เฉียง ๆ ส่วนในอ้อมแขนก็กอดถุงหนังปีศาจขาดวิ่นไว้แน่น
สภาพเช่นนี้ดูคล้ายเด็กสาวขอทานอยู่ไม่น้อย
ขณะที่ม่อเสี่ยวซีกำลังสำรวจกระจกสีดำ เสียงแจ้งเตือนพลันดังขึ้นในหัวของนาง 【ตรวจพบเครื่องรางวิญญาณขั้นสูงหนึ่งชิ้น เครื่องรางวิญญาณขั้นกลางสามชิ้น ต้องการแปลงเป็นพลังจิตหรือไม่】
อะไรนะ มีเครื่องรางวิญญาณด้วยหรือ อยู่ที่ไหนกัน
นางถอยห่างจากผนังสีดำโดยไม่รู้ตัว แล้วเสียงแจ้งเตือนก็เงียบหายไป
ม่อเสี่ยวซีขมวดคิ้วพลางมองกระจกอย่างพินิจพิเคราะห์ สงสัยอย่างยิ่งว่ามีคนแอบมองนางอยู่จากอีกฟากของผนัง
ไม่นานนัก เจ้าหน้าที่ก็พาชายสวมเสื้อคลุมยาวสองคนเข้ามา
“แม่นาง ท่านนี้คือผู้จัดการโจวแห่งตำหนักสมบัติล้ำค่าของเรา” เจ้าหน้าที่แนะนำเพียงชายวัยกลางคน “เครื่องรางวิญญาณที่แม่นางต้องการขาย ให้เขาเป็นผู้ตรวจสอบและประเมินราคา”
