เย็นวันนั้น ผู้นำคณะฉู่เฉิงประกาศแจ้งในกลุ่มเครื่องสื่อสารว่า
“ท่านผู้เฝ้ายามทั้งหลาย วันนี้กรมปราบมารจะตรวจรับกำแพงป้องกันของแต่ละค่าย หากที่ใดทำไม่เสร็จตามกำหนด โปรดแจ้งเข้ามาโดยเร็ว กรมปราบมารจะผ่อนผันให้สามวัน
หากผ่านไปสามวันแล้วยังสร้างไม่เสร็จ ทุกคนในค่ายนั้นจะถูกส่งไปขุดแร่ที่เหมืองแดนรกร้างเป็นเวลาสามเดือน จึงประกาศให้ทราบทั่วกัน”
ข่าวแพร่ออกไป ทุกคนต่างฮือฮากันยกใหญ่
“โชคดีที่ค่ายพวกเราสร้างเสร็จแล้ว ข้าทุ่มหมดหน้าตัก จ้างผู้บำเพ็ญธาตุดินสิบคน แม่งเอ๊ย ไม่ง่ายเลยจริง ๆ”
“ฮือ ๆ ๆ พวกเรายังเหลืออีกหกเจ็ดลี้ที่ยังสร้างไม่เสร็จ ตอนนี้หนียังทันไหม?”
ผู้นำคณะตอบว่า “หนี? จะหนีไปไหน? เว้นแต่เจ้าจะตาย ไม่อย่างนั้นสร้างไม่เสร็จก็ต้องไปขุดแร่!”
“ใครก็ได้มาช่วยค่ายพวกเราที ข้ายินดีจ่ายคริสตัลปีศาจขั้นสามหนึ่งพันเม็ด...”
“แค่หนึ่งพันเองรึ? ฝันกลางวันอยู่หรือไง? ข้าเสียคริสตัลปีศาจขั้นสามตั้งห้าพันเม็ดเต็ม ๆ กว่าจะจ้างผู้บำเพ็ญธาตุดินระดับสูงมาได้สองคน”
“หนึ่งพันแล้วมันยังไง? นั่นคือศพหุ่นเชิดขั้นสามหนึ่งพันตนเชียวนะ! ถ้าแน่จริงก็ลองไปฆ่าศพหุ่นเชิดขั้นสามสักห้าร้อยตนดูสิ แล้วค่อยดูว่าค่ายเจ้ายังเหลือชีวิตอยู่กี่คน!”
“นั่นสิ ถ้าไม่ใช่เพราะค่ายเราเกิดมีผู้บำเพ็ญระดับใหญ่ธาตุสายฟ้าคนหนึ่ง ปราบศพหุ่นเชิดด้านนอกจนหมดในคราวเดียว ค่ายเราคงพังยับไปแล้ว หลังผู้บำเพ็ญระดับใหญ่ท่านนั้นจากไป พวกพี่น้องก็ออกไปเก็บคริสตัลปีศาจมาได้มากมาย ไม่นับขั้นหนึ่ง สอง และสาม แค่ขั้นสี่ก็เก็บได้ตั้งสามสิบกว่าเม็ด...”
“ทางพวกข้าก็เหมือนกัน สายฟ้าปกคลุมไปหลายลี้ กวาดล้างศพหุ่นเชิดทั้งหมดในคราวเดียว พวกเราแอบไปเก็บคริสตัลปีศาจตามขอบ ๆ มาได้เยอะเลย...”
