กระบี่เซียนเล่มนี้ลอยนิ่งอยู่กลางอากาศแท้ ๆ แต่นางกลับยกมันไม่ขึ้นไม่ว่าจะพยายามอย่างไร
ม่อเสี่ยวซีไม่เชื่อเรื่องพรรค์นี้ จึงใช้มีดสั้นกรีดนิ้ว แล้วหยดเลือดลงบนกระบี่เซียน
ไม่คาดคิดว่าเลือดจะกระเด็นพรวดออกไป แถมยังสาดใส่หน้านางเต็ม ๆ
อะไรกันเนี่ย? หรือว่ามีจิตวิญญาณแห่งดาบ?
ม่อเสี่ยวซีเดินวนรอบกระบี่ยักษ์ยาวกว่าสองเมตร แล้วเอ่ยถามว่า “เฮ้! ข้าเป็นคนซ่อมเจ้าแท้ ๆ เหตุใดเจ้าจึงลืมบุญคุณเสียได้?”
กระบี่เซียนไม่ขยับเขยื้อน ทั้งยังไม่มีร่างวิญญาณปรากฏออกมา
ม่อเสี่ยวซีจึงทำได้เพียงกวักมือเรียกหอกยาว “ฉางเฟิง เจ้ามาดูหน่อยสิ ในกระบี่เล่มนี้มีจิตวิญญาณแห่งอาวุธหรือไม่?”
หอกยาวพุ่งเข้ามาพร้อมเสียงหวือ วนรอบกระบี่เซียนหนึ่งรอบ ก่อนส่ายไปมา “ไม่มีจิตวิญญาณแห่งดาบ”
“เช่นนั้นเหตุใดข้าถึงยกมันไม่ขึ้น?” ม่อเสี่ยวซีไม่เข้าใจ
จิตวิญญาณแห่งอาวุธตัวน้อยโผล่หัวออกมาจากหอกยาว “พลังของเจ้าไม่พอ ระดับก็ต่ำเกินไป จึงใช้ศาสตราระดับเซียนไม่ได้”
ม่อเสี่ยวซี: ......
นางรู้สึกหงุดหงิดอยู่บ้าง
ถ้ารู้แต่แรก นางจะเสียพลังจิตไปห้าหมื่นเพื่อซ่อมของที่ใช้ไม่ได้ชิ้นนี้ไปทำไม?
ช่างเถอะ เก็บไว้ที่นี่ก่อนแล้วกัน รอวันหน้าระดับสูงขึ้นค่อยกลับมาลองใหม่
พอออกจากมิติบ่อบัว เสี่ยวเป่ยกับต้าจวงก็ออกมาจากมิติลับด้วยเช่นกัน บนไหล่ของทั้งคู่มีถุงเก็บของหลายใบ พวกเขาวิ่งออกจากบ้านอย่างตื่นเต้น แล้วเทดินวิเศษที่ขุดมาได้ลงบนพื้นด้านนอก
จากนั้นทั้งสองก็วิ่งกลับเข้าไปในมิติลับ ขุดดินต่อ
ม่อเสี่ยวซีคำนวณเวลาแล้วพบว่า ยิ่งผสานมิติลับได้มากเท่าไร เวลาที่เหล่าน้องชายอยู่ในมิติลับก็ยิ่งนานขึ้นเท่านั้น
