แส้หนังฟาดลงบนร่างคนหลายคนอย่างแรง พร้อมเสียงหวีดหวิว
“อ๊ากกก!”
เด็กหนุ่มสาวหลายคนถูกแส้ฟาดจนล้มก้นกระแทกพื้น มือทั้งสองยันพื้นแล้วขยับถอยหนีไม่หยุด
ผู้ดูแลใหญ่ยืนมองลงมาจากที่สูง ก่อนตวาดว่า “ก่อเรื่องกลางดึก! ปรับคนละ 50 หินวิญญาณ! รีบจ่ายมาเดี๋ยวนี้!”
เขาหยุดไปครู่หนึ่งแล้วกล่าวต่อ “ถ้าไม่อยากจ่ายค่าปรับก็ได้ ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป พวกเจ้าต้องไปทำความสะอาดสวนสัตว์ รวมถึงกองมูลสัตว์ด้านนอก หรือไม่ก็ไปเก็บกวาดกองขยะที่ยอดเขาโอสถ เป็นเวลา 1 เดือน!”
“เหตุใดเล่า? พวกเราไม่ได้ทำอะไรเลย เป็นสามัญชนต่ำช้าผู้นั้นจงใจใส่ร้ายพวกเรา! เหตุใดท่านไม่ลงโทษนาง กลับลงโทษแต่พวกเรา?” หยวนอาเจียวไม่ยอมรับ นางอดตะโกนคัดค้านไม่ได้
ผู้ดูแลใหญ่สีหน้าขรึมลง กำลังจะระเบิดโทสะ ม่อเสี่ยวซีก็รีบประสานหมัดกล่าวว่า “ท่านผู้ดูแลใหญ่ ศิษย์ยินดีรับโทษที่ส่งเสียงเอะอะกลางดึกเจ้าค่ะ”
จากนั้นนางเสริมอีกประโยคว่า “ศิษย์เต็มใจไปเก็บกวาดเศษขยะที่ยอดเขาโอสถเจ้าค่ะ”
เศษขยะจากยอดเขาโอสถถูกนำไปทิ้งรวมกันในหุบเขาแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากมิติลับแห่งหนึ่งบนแผนที่
นางคิดจะฉวยโอกาสนี้ไปสำรวจพื้นที่แถบนั้นเสียหน่อย
ครั้นผู้ดูแลใหญ่ได้ยินเช่นนั้น สีหน้าบึ้งตึงก็คลายลงในที่สุด เขาพยักหน้า “อืม เจ้ารู้ความดี เช่นนั้นก็ไปเก็บกวาดขยะที่ยอดเขาโอสถเถอะ”
จากนั้นเขาหันไปจ้องคนหลายคนบนพื้น “พวกเจ้าไม่เห็นกฎสำนักอยู่ในสายตา ตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป ให้ไปกวาดส้วมและกองมูลสัตว์ทั้งหมดเป็นเวลา 2 เดือน ห้ามบกพร่องแม้แต่น้อย หากยังกล้าพูดจาล่วงเกินอีก จะปรับเป็นสองเท่า!”
หยวนอาเจียวกำลังจะพูดอะไรบางอย่าง สหายข้างกายก็ยื่นมือมาปิดปากนางไว้ทันที