“ศพหุ่นเชิดขั้นหก?”
ก่อนหน้านี้ม่อเสี่ยวซีเคยใช้พลังสายฟ้าเสวียนเซียวสังหารศพหุ่นเชิดขั้นหกมาหลายตัว จึงจำได้ทันทีว่าสิ่งนี้เป็นศพหุ่นเชิดขั้นหกจริง ๆ พลังของมันเทียบได้กับผู้บำเพ็ญขั้นปลายวิญญาณยุทธ์
นางรู้ตัวว่าสู้ไม่ไหว จึงรีบใช้วิชาแสงลอยสวรรค์เตลิดหนี
ไม่นึกว่าศพหุ่นเชิดสองตัวจะลอยขึ้นฟ้าได้ ทั้งยังรวมตัวเป็นกรงเล็บสีดำขนาดมหึมาสองข้าง พุ่งเข้าตะครุบศีรษะนาง
ม่อเสี่ยวซีรีบแปะเครื่องรางโล่ทองหลายแผ่นลงบนร่าง พร้อมกับใช้วิชาคืนกำเนิดสงบลมหายใจ จึงหลบกรงเล็บมหึมาที่กว้างนับร้อยเมตรได้อย่างหวุดหวิด
กรงเล็บมารคว้าได้เพียงความว่างเปล่า ศพหุ่นเชิดขั้นหกสูญเสียเป้าหมาย จึงหันไปพุ่งใส่ยานมหาสำเภาลำหนึ่งแทน
กรงเล็บมหึมาที่ก่อตัวจากหมอกดำฟาดลงบนยานมหาสำเภาอย่างหนักหน่วง ชั่วพริบตา ยานที่ยาวกว่ายี่สิบเมตรก็แตกกระจายเป็นเสี่ยง ๆ
ผู้บำเพ็ญที่รอดชีวิตต่างหนีเตลิดอย่างอเนจอนาถ จากนั้นเมื่อผู้บำเพ็ญระดับสูงสองคนเรียกตัว พวกเขาก็รวมกลุ่มตั้งขบวนรับมือศพหุ่นเชิดขั้นหก
ม่อเสี่ยวซีลอยอยู่กลางอากาศ ลอบบินไปยังพื้นที่รอบนอกกำแพงป้องกัน พร้อมแปรสภาพคริสตัลปีศาจและใช้พลังสายฟ้าเสวียนเซียว
ชั่วพริบตา ท้องฟ้าเหนือบริเวณโดยรอบสี่ถึงห้าลี้ก็ปกคลุมไปด้วยเมฆดำ
บัดนี้นางอยู่ในขั้นวิญญาณยุทธ์หนึ่งชั้น พื้นที่ครอบคลุมของพลังสายฟ้าเสวียนเซียวขยายเป็นสามถึงสี่กิโลเมตรแล้ว
เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้บำเพ็ญได้รับบาดเจ็บ ม่อเสี่ยวซีจึงย้ายจุดร่ายวิชาไปยังที่รกร้างนอกกำแพงป้องกันหลายลี้
เสียงครืนครั่นดังสนั่น สายฟ้าสีม่วงเจิดจ้านับไม่ถ้วนฟาดลงมา
เสียงแจ้งเตือนดังขึ้นในห้วงความคิดของม่อเสี่ยวซีไม่ขาดสาย
ค่าประสบการณ์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ไม่กี่นาทีต่อมา ศพหุ่นเชิดทั้งหมดในบริเวณโดยรอบสี่ถึงห้าลี้ก็กลายเป็นถ่าน
