“ก็คือภาพที่ทางการติดประกาศไว้ พวกเขาบอกว่าท่านเป็นเซียน หากชาวบ้านพบเห็นก็จะ...จะ...”
หญิงชาวนาหัวเราะแห้ง ๆ “ท่านรีบเข้ามาผิงไฟก่อนเถิด ข้างนอกหนาวนัก”
ม่อเสี่ยวซีไม่ได้เข้าไป แต่ถามว่า “ช่วงนี้ที่นี่มีเหตุการณ์ประหลาดเกิดขึ้นหรือไม่”
หญิงชาวนากะพริบตาปริบ ๆ อย่างงุนงง ก่อนพยักหน้า “เมื่อหลายวันก่อน จู่ ๆ แผ่นดินก็สั่นสะเทือน บ้านข้าเกือบพังลงมา แต่ผ่านไปไม่กี่อึดใจก็กลับเป็นปกติแล้ว”
สามีของหญิงชาวนากล่าวด้วยว่า “ตอนนั้นทั่วท้องฟ้ามีแสงอรุณเรืองรอง แต่กลับมีฟ้าแลบฟ้าร้องด้วย ช่างประหลาดจริง ๆ”
“ใช่แล้ว ๆ! ไก่ที่บ้านข้าบินขึ้นไปอยู่บนต้นไม้กันหมด เจ้าหมาก็เห่าไม่หยุด แม้แต่หนูยังวิ่งออกมา วิ่งพล่านไปทั่ว”
หญิงชาวนาตบอก “หัวใจข้าแทบจะกระดอนขึ้นมาถึงคอ นึกว่าฟ้าจะถล่มดินจะแยกเสียแล้ว...”
ม่อเสี่ยวซีพยักหน้า แล้วหันหลังหายวับไปจากตรงนั้น
ที่นางเข้ามาก็เพื่อดูว่า การซ่อมแซมมิติลับหลายแห่งให้เชื่อมต่อกัน จะก่ออันตรายแก่สิ่งมีชีวิตในมิติลับหรือไม่
ดูท่าว่านางจะคิดมากไปเอง มนุษย์ในที่แห่งนี้ไม่ได้รับผลกระทบมากนัก พวกเขายังคงใช้ชีวิตได้ตามปกติ
ม่อเสี่ยวซีขึ้นเรือบินฉวนหยุน แล้วเหินขึ้นสู่ฟากฟ้า ยิ่งบินสูงขึ้นเท่าไร ทัศนียภาพที่มองเห็นก็ยิ่งกว้างไกลขึ้นเท่านั้น
จากนั้นนางก็พบว่า มิติลับแห่งนี้เป็นทรงกลมจริง ๆ แต่ภายนอกทรงกลมนั้น ดูเหมือนจะมีกลุ่มแสงสะดุดตาอยู่สามกลุ่ม หนึ่งในนั้นมีขนาดกว้างใหญ่เป็นพิเศษ
ที่นั่นคงเป็นมิติลับเสวียบู้ ตอนนี้บางทีอาจเรียกได้ว่าทวีปเสวียบู้
