เฉินลี่ผลักประตูห้องคลอดเปิดออก
ภายในห้องอบอวลไปด้วยกลิ่นคาวเลือดอ่อนๆ และกลิ่นหอมของน้ำนม
ฟางปิงหลี่และหยุนจื้อชิวต่างนอนอยู่บนเตียงคนละฟาก ใบหน้าซีดเซียว ผมชุ่มเหงื่อแนบติดกับหน้าผาก ดูอ่อนแอเป็นอย่างยิ่ง
แต่ในดวงตาของทั้งสองกลับเปล่งประกายความงดงามของความเป็นแม่
จ้องมองห่อผ้าสีชมพูอ่อนนุ่มในอ้อมแขนของตนด้วยความรักใคร่
อย่าเข้าใจผิดว่าพวกนางเป็นผู้ฝึกบำเพ็ญแล้วการคลอดบุตรจะง่ายดาย
ในโลกใบนี้ กฎแห่งฟ้าดินกำหนดไว้ว่า
การคลอดบุตร ยิ่งมารดามีพลังบำเพ็ญสูงเท่าไร ยิ่งคลอดยากมากขึ้นเท่านั้น
เหตุใดวิถีสวรรค์จึงตั้งกฎข้อนี้ไว้ ก็ไม่รู้สินะ หรือเพราะมันไม่มีลูกเป็นของตัวเองเลยก็ได้ เราไม่กล้าถามให้มากความ
นางตำแยหลายคนกำลังใช้ผ้าไหมหม่อนสวรรค์ชุบน้ำอุ่นห่อหุ้มเจ้าตัวน้อยที่เพิ่งถือกำเนิดสองคนอย่างทะนุถนอม
“ท่านสามี รีบมาดูนี่สิเจ้าคะ”
หยุนจื้อชิวเรียกขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง ทำให้เฉินลี่รู้สึกเจ็บปวดใจขึ้นมาทันที
เฉินลี่ก้าวยาวหนึ่งก้าวไปถึงข้างเตียง คว้ามือทั้งสองข้างของภรรยาสุดที่รักไว้แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“ภรรยาทั้งสองลำบากแล้ว เมื่อครู่เสียงวุ่นวายข้างนอก ไม่ได้ทำให้พวกเจ้ากลัวใช่ไหม?”
หยุนจื้อชิวส่ายหน้าเอ่ยเสียงเบา
“มีท่านสามีเฝ้าอยู่ข้างนอก พวกเราไม่กลัวสักหน่อยเจ้าค่ะ”
“ท่านรีบดูบุตรของเราสิเจ้าคะ”
หยุนจื้อชิวลุกขึ้นนั่ง ยื่นห่อผ้าไปตรงหน้าเฉินลี่
นี่คือเด็กชาย
เจ้าตัวน้อยที่เพิ่งเกิดมาหลับตาอยู่ ขนตายาวปรก
แต่ดวงตากลมโตคู่นั้น กลับกลอกไปมาไม่หยุด
ที่แปลกประหลาดก็คือ เงาร่างของเด็กคนนี้ ในผ้าห่อนั้นกลับปรากฏบ้างหายไปบ้าง ราวกับจะกลืนเข้าไปในเงามืดโดยรอบได้ทุกเมื่อ
“ท่านสามี ตั้งชื่อให้ลูกเถิดเจ้าคะ”
[ติ้ง!]
[ตรวจพบแล้ว ทายาทผู้นี้มีร่างกายเงามืดศักดิ์สิทธิ์ พรสวรรค์จัดเป็นอัจฉริยะเหนือฟ้าดินระดับโลก!]
ร่างกายเงามืดศักดิ์สิทธิ์?
นี่มันเป็นวัตถุดิบชั้นดีสำหรับเป็นนักสังหารเลยนี่นา
