ซูหว่านเหอสวมกระโปรงยาวสีฟ้าครามจรดน่อง ผมดำขลับเงางามปล่อยสยายครึ่งหนึ่ง บนศีรษะประดับโบเล็ก ๆ ส่วนสร้อยคอกับต่างหูเป็นแบบเรียบง่ายที่สุด
ใบหน้างดงามบริสุทธิ์ ดวงตาฉ่ำวาวราวมีสายน้ำ ยามยืนอยู่บนเวทีทำเอาผู้ชมพากันอุทานด้วยความตื่นตะลึง
“ซูหว่านเหอสวยจริง ๆ! ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมถึงมีคนโจมตีหน้าตาเธอได้”
คนข้าง ๆ ได้ยินก็หัวเราะหึ “วงการบันเทิงก็แบบนี้ไม่ใช่เหรอ? เวลาอยากโจมตีใคร อะไรนิดอะไรหน่อยในตัวเขาก็กลายเป็นจุดให้เล่นงานได้หมด แต่คนที่ไม่โง่ย่อมมองออก”
คนที่ได้ยินพยักหน้ารัว “เฮ้อ บรรยากาศในวงการบันเทิงเดี๋ยวนี้แย่ลงทุกวันจริง ๆ เมื่อไม่กี่วันก่อนชาวเน็ตยังพูดกันอยู่เลยว่าซูหว่านเหอนิสัยแข็งกร้าว สมัยก่อนดารารุ่นก่อนในวงการบันเทิง ใครบ้างไม่โพสต์เวยปั๋วเหมือนใช้เป็นพื้นที่ลงเรื่องราวในชีวิตประจำวัน?”
พูดจบก็ถอนหายใจยาว
แสงไฟบนเวทีเปลี่ยนสี ทั้งสองคนพลันหุบยิ้มแล้วหันกลับไปมองเวที
พวกเขาได้รับข่าวล่วงหน้า จึงรู้ว่าครั้งนี้ซูหว่านเหอจะร้องเพลงใหม่ ต่างก็อดใจรอฟังแทบไม่ไหว
เสียงกีตาร์โปร่งใสสะอาดดังแผ่วเบา ไม่มีการปรุงแต่งหรูหราใด ๆ
อารมณ์ของผู้ฟังถูกท่อนนำสั้น ๆ เพียงไม่กี่วินาทีพาเข้าสู่พื้นที่ว่างเปล่า รอบด้านพลันเงียบสงัด ความสนใจจึงรวมไปที่เสียงเพลงโดยธรรมชาติ
จังหวะผ่อนคลายเป็นอิสระ แฝงความเย็นเยียบราวสายลมในคืนฤดูหนาว ยืนอยู่หน้าหน้าต่างกระจก มองหน้าต่างที่พร่าเลือนด้วยไอหมอก แล้วใช้นิ้วลากเส้นลงไปโดยไม่รู้ตัว
“เรื่องเธอ เขาไม่เคยเอ่ยถึงสักคำ”
“เขาเคยรักเธอเพียงชั่วครู่หรือเปล่า”
