จางฉี่หางเห็นแล้วก็แค่นเสียง “ทำไม? ไม่ยอมเหรอ?”
ให้จิ้นฉู่อวี๋ได้ แต่ให้เขาไม่ได้หรือไง?
แววตาของจางฉี่หางฉายความเหี้ยมเกรียมวูบหนึ่ง
ชายคนนั้นจับอารมณ์นั้นได้ทันที ใจสั่นวาบ
นึกถึงข่าวลือเกี่ยวกับคุณชายรองตระกูลจาง จึงรีบส่ายหน้าพลางตอบว่า “ไม่เลยครับ ไม่เลย คุณอยากได้ก็เอาไปได้เลย”
กลัวอีกฝ่ายจะผูกใจเจ็บ เขารีบเสริมว่า “วางใจได้ ผมสืบมาหมดแล้ว สะอาดบริสุทธิ์มาก ยังไม่เคยมีใครแตะต้องเลย!”
“ฮ่า ๆ ๆ ดี!” จางฉี่หางหัวเราะออกมาทันที
คนอื่น ๆ ที่อยู่ข้าง ๆ ได้ยินบทสนทนาของทั้งคู่ ก็เริ่มคันไม้คันมือขึ้นมาบ้าง
ทุกคนรู้ดีว่าจางฉี่หางตาถึงแค่ไหน
จิ้นฉู่อวี๋เอนกายอย่างเกียจคร้านอยู่บนโซฟาตัวกลางสุด มุมปากยกยิ้มเยาะ แววตาฉายความดูแคลน
ผู้ชายที่คิดด้วยท่อนล่าง สักวันก็ต้องพังเพราะเรื่องนั้น
วันนี้จิ้นฉู่อวี๋รู้สึกเบื่อสุด ๆ
ภาพมัวเมาเสื่อมทรามทั่วห้องกับกลิ่นเหม็นคลุ้งนั้น ดูเหมือนเขาจะยิ่งเกลียดภาพแบบนี้มากขึ้นทุกที
วันนี้แค่รำคาญที่ถูกคุณปู่บ่น เลยออกมาหาที่สงบ
พวกอาเหยี่ยนไปทำงานต่างเมืองกันหมด ทิ้งเขาไว้คนเดียวในเมืองหลวง
จิ้นฉู่อวี๋แกว่งแก้ววอดก้าในมืออย่างเบื่อหน่าย ก่อนจิบเบา ๆ
คิดจะเข้าอินเทอร์เน็ตหาอะไรสนุก ๆ ดู พอเปิดขึ้นมาก็เห็นใบหน้าคุ้นตา
จิ้นฉู่อวี๋รีบนั่งตัวตรง นี่ไม่ใช่สาวสวยที่เขากับอาเหยี่ยนเจอครั้งก่อนหรอกหรือ?
แววขบขันพลันปรากฏบนใบหน้า
เขากดเข้าไปดูต่อ สีหน้าค่อย ๆ เคร่งขรึมขึ้น คิ้วเลิกขึ้นเล็กน้อย
