ซูหว่านเหอทำหน้าบึ้ง ผลักแขนที่ขวางทางออก แล้วเดินออกจากห้องน้ำไปตามลำพัง
ซวยจริง!
ซูหว่านเหอบ่นในใจเงียบ ๆ แค่กินข้าวยังต้องมาเจอคนตระกูลซูอีก
เมื่อกลับถึงห้องส่วนตัว
อิงเฉินเหยี่ยนกำลังจะออกไปตามหา พอดีก็เห็นซูหว่านเหอกลับมา จึงค่อยคลายกังวลลง
“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”
ซูหว่านเหอยิ้ม “ไม่มีอะไร แค่เจอคนที่ไม่อยากเจอเข้า”
แววตาของอิงเฉินเหยี่ยนหม่นลง แต่ก็ไม่ได้ถามต่อ
“กินเสร็จแล้ว เราไปเดินเล่นข้างนอกกันไหม?” เขาถาม
แววตาเจือความคาดหวังและเหมือนกำลังถามหยั่งเชิง
ซูหว่านเหอเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะปฏิเสธในที่สุด “ฉันมีธุระ อาจต้องกลับบริษัทสักหน่อย”
สีหน้าอิงเฉินเหยี่ยนยังคงเป็นปกติ มีเพียงมุมปากที่ตกลงเล็กน้อย “ได้ เดี๋ยวฉันไปส่งเธอที่บริษัท”
“อืม”
ห้องส่วนตัวหมายเลข 202 ชั้นล่าง
ซูฉีอวิ๋นเพิ่งกลับจากห้องน้ำ
ซูจางหยวนเห็นเข้าก็ตำหนิ “ไปห้องน้ำทำไมนานขนาดนั้น ปล่อยให้คุณเฉินรอตั้งนาน!”
คุณเฉินยิ้มพลางช่วยไกล่เกลี่ย “ไม่เป็นไร ๆ ผู้หญิงก็แบบนี้กันทั้งนั้น เรื่องที่พวกเราคุยกัน เด็ก ๆ คงไม่สนใจหรอก
เอาอย่างนี้ วิวตรงนี้ก็ไม่เลว
เฉินเคอ ไปเดินเล่นข้างนอกกับคุณซูหน่อยสิ คนหนุ่มสาวน่าจะมีเรื่องคุยกันเยอะ”
“ใช่ ๆ คนหนุ่มสาวต้องมีเรื่องคุยกันแน่ ฉีอวิ๋น ไปคุยกับลูกชายคุณเฉินดี ๆ ล่ะ”
ซูจางหยวนส่งสายตาบอกซูฉีอวิ๋นให้หาเรื่องคุยกับเฉินเคอให้มากหน่อย
ซูฉีอวิ๋นสะกดกลั้นความโกรธ กำมือแน่นจนปลายนิ้วซีดเผือด ก่อนเดินออกไปด้วยสีหน้าไร้อารมณ์
นี่หรือพ่อ!
ทำกับเธอราวกับเป็นสิ่งของที่เอาไปแลกเปลี่ยนกันได้
จู่ ๆ เธอก็รู้สึกว่าการกลับมาบ้านหลังนี้เป็นเรื่องผิด หรือบางทีการไล่ซูหว่านเหอออกไปต่างหากที่ผิด
