ดวงตาหยาดเยิ้มของซูหว่านเหอพร่างพราวด้วยประกายดาว มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มตื่นเต้น เมื่อเห็นข้อมูลที่ค้นเจอบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ เธอก็รีบโทรหาเฮ่อเหวินทันที
ทางเฮ่อเหวินกำลังคัดเลือกแบรนด์เครื่องสำอางอยู่พอดี พอตรวจสอบแบรนด์เหล่านี้แล้วก็พบว่าแทบไม่มีแบรนด์ไหนผ่านเกณฑ์เลย
เขารับสาย วางแฟ้มในมือลง แล้วยกมือบีบสันจมูก “ฮัลโหล ทำไมโทรมาหาฉันตอนนี้ล่ะ”
เขามองประกายดาวที่ส่องผ่านหน้าต่าง ตอนนี้เป็นเวลาสี่ทุ่มแล้ว
ดวงตาซูหว่านเหอเป็นประกาย เสียงสูงขึ้น “พี่เฮ่อเหวิน ทางนั้นมีแบรนด์เครื่องสำอางชื่อชิงหลานติดต่อมาให้เป็นพรีเซนเตอร์หรือเปล่า”
หืม?
เฮ่อเหวินพลิกดูเอกสาร แบรนด์นั้นอยู่ลำดับรองสุดท้ายพอดี
เขาถามอย่างสงสัย “มีแบรนด์นี้นะ ทำไมเหรอ เธออยากรับงานนี้?”
โทรมาถามแบบนี้ก็แปลว่าอยากรับงานนี้อยู่แล้ว เขาเพิ่งส่งชื่อแบรนด์ให้เธอตอนหกโมงกว่าเอง นี่เลือกได้แล้วหรือ?
ส่วนเขาใช้เวลามาทั้งบ่ายแล้วยังเลือกไม่ได้เลย
หรือว่านี่จะเป็นเพราะอายุมากขึ้นจริง ๆ?
ถ้าซูหว่านเหอรู้ว่าเฮ่อเหวินกำลังคิดอะไรอยู่ เธอคงอดหัวเราะออกมาไม่ได้
ใครจะรู้ว่าเธอค้นหาไปแค่แบรนด์เดียวเอง
“ใช่! ฉันจะรับงานพรีเซนเตอร์แบรนด์นี้!”
“ทำไมล่ะ?”
ซูหว่านเหอกำลังรอให้เขาถามประโยคนี้อยู่พอดี
เธอพูดอย่างตื่นเต้น “เมื่อกี้ฉันเพิ่งค้นเจอว่า บริษัทที่ถือหุ้นใหญ่เบื้องหลังแบรนด์ชิงหลานคือทุนเฟิงจิ้น!”
“อะไรนะ?”
เดิมทีเฮ่อเหวินตั้งใจจะฟังว่าเธอคิดเรื่องนี้ได้ยังไง
หลังจากได้ใช้เวลาด้วยกันหลายวัน เขาก็พอเข้าใจนิสัยของซูหว่านเหออยู่บ้าง ถ้าเธออยากรับงานของแบรนด์นี้ ก็ต้องมีเหตุผลของตัวเองแน่
แต่เขาไม่คิดเลยว่าเหตุผลนั้นจะน่าตกใจขนาดนี้
