ซูหว่านเหอตะลึงตาค้าง รู้สึกว่าแม้แต่ความเจ็บปวดก็เบาลงไปไม่น้อย
คนที่กรูกันเข้ามายื่นไมโครโฟนจ่อหน้าเธอ «ซูหว่านเหอ ขอถามหน่อยค่ะว่าคุณบาดเจ็บตรงไหน ทำไมถึงต้องเรียกรถพยาบาล»
«ซูหว่านเหอ คุณคิดว่าเรื่องที่เกิดขึ้นวันนี้เกี่ยวข้องกับเรื่องก่อนหน้านี้ของคุณไหม»
«ขอถามหน่อยค่ะ คุณไปมีเรื่องกับใครมาหรือเปล่า»
ถ้าสายตาของเฮ่อเหวินฆ่าคนได้ พวกเขาคงตายไปไม่รู้กี่รอบแล้ว
ซูหว่านเหอเย็นชาไร้ความรู้สึก เอ่ยเสียงอ่อนแรง «หลีกไป ฉันต้องไปโรงพยาบาลก่อน»
แต่สื่อกลับทำเหมือนไม่ได้ยิน เอาแต่ต้องการคำตอบจากเธอ
มีเพียงไม่กี่คนที่แววตาวาววับ ก่อนจะถอยหลังออกไป
ซูหว่านเหอแอบจดจำพวกเขาไว้ในใจ
เธอมองคนอื่น ๆ น้ำเสียงสงบนิ่งราวเกล็ดน้ำแข็ง «ฉันให้เวลา 3 วินาที ถ้ายังไม่หลีกทาง พวกคุณทุกคนจะได้รับหมายศาล คิดให้ดีก่อนตัดสินใจ
ฉันยื้อได้ไม่ว่าจะกี่วัน แล้วพวกคุณล่ะ»
เสียงของเธอดังกึกก้องราวกับฟ้าผ่ากลางวันแสก ๆ คนที่ล้อมอยู่ต่างมองหน้ากันไปมา
สุดท้ายก็ถอยหนีด้วยความหวาดกลัว
พวกเขาก็แค่คนธรรมดา ไม่ได้มาทำงาน ไม่มีใครอยากเดินทางไกลขนาดนี้เพื่อมาที่นี่หรอก
ซูหว่านเหอขึ้นรถพยาบาลโดยมีบอดี้การ์ดล้อมคุ้มกัน
แพทย์บนรถพยาบาลเหลือบมองบาดแผล ก่อนจะเปิดกล่องยาและเริ่มทำแผลให้เธอ
ตอนโทรศัพท์ไปแจ้ง ผู้ป่วยบอกล่วงหน้าแล้วว่าถูกกรดซัลฟิวริกกัดผิว พวกเขาจึงนำอุปกรณ์ทำความสะอาดบาดแผลแบบมืออาชีพมาด้วย
……
หลังทายาแล้ว แพทย์ก็ใช้ผ้าก๊อซปลอดเชื้อปิดแผลไว้
แพทย์กล่าว «ทำแผลเรียบร้อยแล้ว ถ้ายังไม่สบายใจจริง ๆ ก็ไปตรวจที่โรงพยาบาลอีกครั้งได้»
ซูหว่านเหอหันไปมองเฮ่อเหวิน
เฮ่อเหวินตอบ «ไปโรงพยาบาล ฉันจองห้องพักวีไอพีไว้แล้ว»
เขาหันมาอธิบายกับซูหว่านเหอ «ไปพักที่โรงพยาบาลสักสองสามวันก่อน ฉันให้จ้าวหน่วนอี๋ไปเก็บเสื้อผ้าของเธอแล้ว พักดูอาการไปก่อนด้วย จะได้หลบกระแสไปสักพัก โรงพยาบาลนี้เป็นโรงพยาบาลเอกชนระดับสูง ไม่ใช่ใครก็เข้าได้»
