“คุณตำรวจ ฉันขอกินหม่าล่าทังให้หมดก่อนได้ไหม?”
ตรงประตูรถตำรวจ ฮั่วจุ่นมองเธออยู่สองวินาที
จากนั้นเขาก็ยื่นถุงหม่าล่าทังที่ยังมีไอร้อนลอยกรุ่นให้เจ้าหน้าที่ในที่เกิดเหตุซึ่งยืนอยู่ข้าง ๆ “เก็บใส่ถุง แล้วนำกลับไปด้วย”
เวินกู้มองอาหารมื้อดึกของตัวเองถูกยัดใส่ถุงเก็บพยานหลักฐานใสแจ๋วต่อหน้าต่อตา ในที่สุดอารมณ์ของเธอก็แปรปรวนอย่างเห็นได้ชัดที่สุดนับตั้งแต่ถูกใส่กุญแจมือ
“มันก็แค่หม่าล่าทังเองนะ”
ฮั่วจุ่นปิดประตูรถ “ตอนนี้ไม่ใช่แล้ว”
สี่สิบนาทีต่อมา ณ ห้องสอบสวนของกองสืบสวนคดีอาญาเมือง
ถุงเก็บพยานหลักฐานใสถูกวางไว้บนโต๊ะข้าง ๆ ปากถุงปิดสนิท น้ำมันสีแดงค่อย ๆ แข็งตัวอยู่ตรงขอบกล่องอาหาร เวินกู้จ้องมันอยู่นาน ท้องก็ร้องโครกครากอย่างไม่ไว้หน้า
ลู่เซียวซึ่งนั่งจดบันทึกอยู่ข้าง ๆ ชะงักมือ
เขาเงยหน้ามองเวินกู้ แล้วมองถุงหม่าล่าทัง อดถามไม่ได้ว่า “หิวจริง ๆ เหรอ?”
“ตั้งแต่หกโมงเย็นจนถึงตอนนี้ ฉันกินขนมปังโฮลวีตไปแค่ครึ่งแผ่น”
เวินกู้เอนหลังพิงเก้าอี้ กุญแจมือถูกเปลี่ยนเป็นแบบล็อกมือข้างเดียว น้ำเสียงยังคงสงบอยู่ “อีกอย่าง ค่าส่งร้านนั้นหกหยวน ค่ากล่องอีกสองหยวน ทิ้งอาหารไปก็ไม่ค่อยดี”
มุมปากลู่เซียวกระตุก
แม่สาวคนนี้รู้ตัวหรือเปล่าว่าทำไมถึงต้องมานั่งอยู่ตรงนี้?
ประตูถูกผลักเปิด
ฮั่วจุ่นถือเอกสารจากที่เกิดเหตุปึกหนึ่งเดินเข้ามา ดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามเธอออกแล้วนั่งลง ไม่แม้แต่จะทักทาย “เวินกู้ อายุ 23 ปี นักศึกษาปริญญาโทปีสาม สาขานิติเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัยตำรวจหลินไห่ ตอนนี้ฝึกงานอยู่ที่ศูนย์นิติเวช โรงพยาบาลประชาชนหมายเลขหนึ่งประจำเมือง”
“ถูกต้อง”
“คืนนี้เวลา 23:58 น. คุณออกจากอาคารหมายเลขสาม เวลา 00:07 น. ไปรับอาหารเดลิเวอรีที่ประตูทิศตะวันออกของหมู่บ้าน เวลา 00:13 น. ปรากฏตัวใกล้จุดทิ้งขยะแยกประเภท”
เวินกู้เลิกคิ้ว “ตรวจกล้องวงจรปิดเสร็จเร็วขนาดนี้เลยเหรอ?”
“อย่าเปลี่ยนเรื่อง”
ฮั่วจุ่นเลื่อนรูปถ่ายใบหนึ่งไปตรงหน้าเธอ “ตรวจพบคราบสีน้ำตาลแดงที่พื้นรองเท้าของคุณ การตรวจเบื้องต้นพบปฏิกิริยาของเลือด กำลังตรวจพิสูจน์แหล่งที่มาเพิ่มเติม”
คราวนี้ลู่เซียวก็เก็บรอยยิ้มไป
สถานที่เกิดเหตุฆาตกรรม พื้นรองเท้าเปื้อนเลือด แถมยังบังเอิญอยู่ใกล้จุดทิ้งศพตอนดึก
ดูแค่เรื่องพวกนี้ ก็สมควรพาตัวกลับมาสอบถามให้กระจ่าง
เวินกู้ก้มมองรูป ไม่รีบแก้ต่างให้ตัวเอง “ตรวจเบื้องต้นพบปฏิกิริยาของเลือด ไม่ได้แปลว่าเป็นเลือดมนุษย์ และไม่ได้แปลว่าเกี่ยวข้องกับผู้ตาย”
“ถึงได้ให้คุณอธิบายไง”
ฮั่วจุ่นจ้องเธอ “คืนนี้คุณไปที่ไหน เจอใคร แล้วคราบที่พื้นรองเท้ามาจากไหน?”
“หอพัก—ไม่สิ ตอนนี้ฉันอยู่ที่ซิ่งฝูหลี่ กลับถึงบ้านแล้วก็เขียนรายงานฝึกงานมาตลอด จนลงมาข้างล่างตอน 23:58 น. ไปรับอาหารเดลิเวอรี แล้วระหว่างทางกลับก็เห็นพวกคุณ”
“มีใครยืนยันได้ไหม?”
“ไม่มี”
“มีบันทึกออนไลน์หรือเปล่า?”
“คอมพิวเตอร์มีเวลาแก้ไขเอกสาร แอปส่งอาหารมีบันทึกการสั่งซื้อ ลิฟต์กับประตูทิศตะวันออกของหมู่บ้านก็มีกล้องวงจรปิด” เวินกู้คิดอยู่ครู่หนึ่ง “ถ้าพวกคุณยอมตรวจ คืนนี้นอกจากคนส่งอาหารแล้ว ฉันแทบไม่ได้เจอคนเป็น ๆ เลย”
ลู่เซียวเกือบหลุดหัวเราะ แต่ก็กลั้นไว้ได้ทัน
ฮั่วจุ่นกลับไม่มีปฏิกิริยาอะไร
เขาพลิกเอกสารไปอีกหน้า แล้วจู่ ๆ ก็หันหน้าจอโทรศัพท์ให้เวินกู้ดู
เป็นภาพที่เจ้าหน้าที่นิติเวชในที่เกิดเหตุเพิ่งถ่ายกลับมา
ในจานเคลือบสีขาวมีสิ่งที่เก็บจากกระเพาะอาหารของชิ้นส่วนศพชิ้นหนึ่ง สีสันไม่น่าดูนัก เศษอาหารที่ย่อยไปบางส่วนปะปนกันอยู่ ข้าง ๆ มีไม้บรรทัดวัดขนาดวางไว้
“รู้จักไหม?”
เวินกู้ไม่ได้ตอบทันที
ฮั่วจุ่นพูดต่อ “คุณเรียนด้านนิติเวชไม่ใช่เหรอ? เมื่อกี้ยังมองเห็นรอยตัดจากอีกฝั่งของแนวกั้นได้ ตอนนี้ให้ดูใกล้ ๆ”
คำพูดฟังดูราบเรียบ แต่แท้จริงกำลังกดดันเธอ
หากคำวิเคราะห์เชิงวิชาชีพเมื่อครู่เป็นแค่เรื่องที่เธอกุขึ้นเพื่อสลัดข้อสงสัย ตอนนี้ก็เป็นเวลาที่เธอจะโป๊ะแตกได้ง่ายที่สุด
เวินกู้กลับโน้มตัวเข้าไปใกล้
หลังจากมองอยู่สามวินาที ปลายจมูกของเธอก็ขยับเบา ๆ จากนั้นยกมือข้างที่ถูกใส่กุญแจมือขึ้นมาดมกลิ่นที่ยังติดอยู่ตรงปลายนิ้ว
ตอนหยิบอาหารเดลิเวอรีเมื่อครู่ น้ำซุปซึมออกมาตรงขอบกล่องนิดหน่อย นิ้วของเธอจึงเปื้อนน้ำมันวัวกับพริก
ฮั่วจุ่นขมวดคิ้ว “คุณยิ้มอะไร?”
เวินกู้ยิ้มจริง ๆ
“หัวหน้าฮั่ว พวกคุณมาผิดทางแล้ว”
ปลายปากกาของลู่เซียวหยุดชะงัก “หมายความว่าไง?”
เวินกู้ชี้โทรศัพท์ “ขยายรูปให้ใหญ่ขึ้น”
ลู่เซียวทำตามโดยไม่รู้ตัว
“ขยายอีก”
บนหน้าจอ เศษใบไม้สีเขียวรูปร่างเรียวยาวชิ้นหนึ่งกับเศษผงสีน้ำตาลเข้มหลายเม็ดถูกขยายจนเห็นชัด
เวินกู้ชี้ปลายนิ้วไปตรงนั้นโดยไม่แตะหน้าจอ “นี่คือโรสแมรี ส่วนเม็ดเล็ก ๆ สีน้ำตาลดำข้าง ๆ ไม่ใช่พริกไทย ความมันเคลือบอยู่มากเกินไป ดูเหมือนเศษซอสเห็ดทรัฟเฟิลมากกว่า แล้วก็ดูฟิล์มน้ำมันชั้นนี้ สิ มันอิมัลซิไฟได้ละเอียด ไม่ใช่น้ำมันที่เหลือจากการผัดอาหารจีน”
ลู่เซียวจ้องรูป “ดูแค่นี้ก็รู้เหรอ?”
“แน่นอนว่าไม่ใช่แค่นี้”
เวินกู้ดมมือของตัวเอง น้ำเสียงจริงจัง “รสพื้นฐานของหม่าล่าทังชามนี้มาจากน้ำมันวัว ฮวาเจียว และพริก สกลิ่นแรง ติดกลิ่นนาน หม่าล่าทังแฟรนไชส์ระดับราคา 15 หยวน ไม่มีทางยอมใส่โรสแมรีกับน้ำมันทรัฟเฟิลลงไปหรอก”
ลู่เซียวถาม “รู้ได้ยังไงว่าราคา 15 หยวน?”
“น้ำซุป 15 หยวน ผักคิดแยก”
“...”
ฮั่วจุ่นเคาะข้อนิ้วลงบนโต๊ะเบา ๆ “เข้าประเด็น”
เวินกู้นั่งตัวตรงขึ้นเล็กน้อย
“ประเด็นคือ มื้อสุดท้ายของผู้ตายไม่ใช่หม่าล่าทัง”
เธอมองรูป “ในสิ่งที่อยู่ในกระเพาะมีเศษเครื่องปรุงประเภทโรสแมรีกับทรัฟเฟิลตกค้างอยู่ เมื่อดูจากสภาพของไขมันแล้ว น่าจะเป็นเนื้อทอดหรือเนื้ออบแบบอาหารตะวันตก ร้านอาหารในหลินไห่ที่ใช้เครื่องเทศชุดนี้เป็นประจำคงมีไม่มาก เริ่มตรวจจากร้านอาหารฝรั่งเศสระดับหรูแถบตะวันออกของเมืองก่อน”
ในที่สุดแววตาฮั่วจุ่นก็เปลี่ยนไป “ดูจากรูปใบเดียว คุณยังดมกลิ่นหาร้านอาหารได้ด้วย?”
“รูปถ่ายไม่มีกลิ่นอยู่แล้ว”
เวินกู้เชิดคางขึ้นเล็กน้อย “ฉันดูจากรูปร่างของใบไม้ ฟิล์มน้ำมัน และเศษอาหาร ส่วนกลิ่นที่ดมคือกลิ่นน้ำมันวัวติดมือ ฉันใช้มันตัดอาหารสองชนิดออกไปก่อน ส่วนที่ระบุว่าเป็นแถบตะวันออกของเมือง เพราะตอนฝึกงานเราเคยตรวจคดีอาหารเป็นพิษตัวอย่างหนึ่ง ตัวอย่างที่ส่งตรวจเป็นเครื่องเทศชุดนี้”
เธอชี้เศษตกค้างสีเข้มสองสามเม็ด “ร้านนั้นใส่โรสแมรีมากกว่าปกติ ในน้ำมันทรัฟเฟิลยังผสมน้ำมันเฮเซลนัตด้วย กลิ่นเลยมีเอกลักษณ์มาก”
เวินกู้ชะงักไปครู่หนึ่ง แล้วเสริมอีกประโยค “จมูกฉันจำกลิ่นได้ค่อนข้างแม่น”
คราวนี้ลู่เซียวไม่พูดเล่นแล้ว
เขาพลิกดูบันทึกเวลาในที่เกิดเหตุ “แล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรกับว่าคุณมีเวลาลงมือหรือเปล่า?”
“เกี่ยวสิ”
เวินกู้ดึงโทรศัพท์เข้ามาหาตัวเองนิดหนึ่ง “เส้นใยเนื้อในนี้เริ่มยุ่ยแล้ว แต่ใบโรสแมรียังรักษารูปร่างเดิมไว้ได้ น้ำมันก็ยังไม่สูญเสียสภาพอิมัลชันไปทั้งหมด เมื่อดูจากสภาพสิ่งที่อยู่ในกระเพาะอาหาร เวลาตั้งแต่กินมื้อสุดท้ายจนถึงเสียชีวิตคงไม่นานนัก”
ฮั่วจุ่นถามเสียงต่ำ “ระบุช่วงเวลา”
“ดูจากรูปอย่างเดียวแทนการตรวจอย่างเป็นทางการไม่ได้”
เวินกู้พูดดักไว้ก่อน แล้วจึงกล่าวต่อ “แต่ถ้าอุณหภูมิศพ การแข็งตัวของศพ และผลการตรวจการว่างของกระเพาะอาหารตรงกับการประเมินเบื้องต้นของพวกคุณ เวลาตายน่าจะอยู่ในช่วงใกล้ ๆ ตอนที่ฉันลงไปข้างล่าง”
เธอเงยหน้ามองฮั่วจุ่น
“พวกคุณแค่เอาบันทึกการใช้งานคอมพิวเตอร์ของฉัน ภาพจากกล้องในลิฟต์ ภาพจากประตูทิศตะวันออก และเส้นทางของคนส่งอาหารมาต่อกัน ก็จะรู้ว่าฉันมีเวลาไปกินอาหารฝรั่งเศสแถบตะวันออกของเมือง ฆ่าคน หั่นศพ แล้วรีบกลับมารับหม่าล่าทังชามที่ใกล้เย็นชืดหรือเปล่า”
ลู่เซียวหันมองฮั่วจุ่นโดยไม่รู้ตัว ก่อนจะก้มหน้าพลิกภาพจากกล้องวงจรปิดที่เพิ่งส่งมาอย่างรวดเร็วสองหน้า
“หัวหน้าฮั่ว บันทึกจากลิฟต์ในหมู่บ้านตรงกันครับ หลังกลับถึงบ้านตอนเย็น เธอก็ไม่ได้ลงมาอีกเลย จนกระทั่ง 23:58 น. ถึงออกจากลิฟต์ เจ็ดนาทีต่อมาก็ปรากฏตัวที่ตู้รับอาหารเดลิเวอรีนอกประตูทิศตะวันออก”
เวินกู้แบมือข้างที่ยังขยับได้ “เพราะงั้น เว้นแต่ฉันจะแยกร่างได้”
เธอก้มลงดมปลายนิ้วอีกครั้ง สีหน้ารังเกียจอย่างจริงใจ “อีกอย่างหัวหน้าฮั่ว ตอนนี้มือฉันมีแต่กลิ่นพริกสกัดอุตสาหกรรมกับน้ำมันวัว ถ้ามื้อสุดท้ายของผู้ตายเป็นแบบเดียวกับชามนี้จริง ฉันไม่ต้องดูรูปด้วยซ้ำ แค่อยู่ฝั่งนี้ของถุงเก็บพยานหลักฐานก็ดมออกแล้ว”
ห้องสอบสวนเงียบไปหลายวินาที
ฮั่วจุ่นไม่ได้แสดงท่าทีทันที
เขาเพียงมองรูปถ่ายอีกครั้ง แล้วหันมามองเวินกู้
ตั้งแต่ถูกพาตัวกลับมา หญิงสาวคนนี้ไม่ร้องว่าตัวเองบริสุทธิ์ ไม่ร้องไห้ และไม่ได้รีบยกสถานะนักศึกษามากดดันพวกเขา คำอธิบายทุกอย่างของเธอล้วนยึดโยงกับเวลา กล้องวงจรปิด และวัตถุพยานที่ตรวจสอบได้
แม้แต่คำว่า “มาผิดทางแล้ว” เมื่อครู่ ก็ไม่ใช่การพูดอวดดี
เธอกำลังชี้ทางให้พวกเขาตรวจสอบได้
เวินกู้ถูกเขามองจนงุนงง “ยังมีคำถามอีกเหรอ?”
ฮั่วจุ่นถาม “ถ้าตรวจไม่พบร้านอาหารที่คุณพูดถึงล่ะ?”
“ก็แปลว่าฉันวิเคราะห์ผิด”
เวินกู้ตอบอย่างตรงไปตรงมา “นักนิติเวชไม่ใช่หมอดู ผิดก็แก้ตามหลักฐาน แต่ถ้าตรวจพบล่ะก็—”
เธอมองหม่าล่าทังที่เย็นสนิทแล้วในถุงเก็บพยานหลักฐานใส
“คืนมันให้ฉันก่อนได้ไหม?”
ในที่สุดลู่เซียวก็กลั้นไม่อยู่ ก้มหน้ากระแอมออกมาครั้งหนึ่ง
ฮั่วจุ่นจ้องดวงตาคู่นั้นที่เต็มไปด้วยความมั่นใจจนแทบเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาอยู่สองวินาที ก่อนลุกขึ้นเปิดประตูห้องสอบสวน
“ลู่เซียว”
“ครับ”
“ไปตรวจรายชื่อคนที่จองโต๊ะร้านอาหารฝรั่งเศสแถบตะวันออกของเมืองคืนนี้”
ฮั่วจุ่นหยุดไปครู่หนึ่ง แล้วชี้ไปยังถุงเก็บพยานหลักฐานบนโต๊ะ
“แล้วก็เอาอาหารเดลิเวอรีของยัยนี่ไปอุ่นในไมโครเวฟ อย่าปล่อยให้หิวตายอยู่ในสถานีตำรวจ”
