โถงใหญ่จวนอวี๋กั๋วกง
บรรยากาศภายในโถงเคร่งขรึมอยู่บ้าง ฮูหยินผู้เฒ่าอวี๋นั่งอยู่ตำแหน่งประธานด้านบน ส่วนเบื้องล่างทางซ้ายคืออวี๋เจิ้งหนาน
เผยเสวียนยืนอยู่กลางโถง
วันนี้เผยเสวียนมาเยือนพร้อมของกำนัลล้ำค่ามากมาย เขาประสานมือคารวะอวี๋เจิ้งหนาน พลางกล่าวว่า “ท่านกั๋วกง เรื่องเข้าใจผิดคลี่คลายแล้ว เรื่องนี้เป็นความผิดของจวนอ๋องจิ่ง ขอท่านกั๋วกงโปรดคลายโทสะ”
ยามนี้อวี๋เจิ้งหนานเริ่มต่อต้านการแต่งงานครั้งนี้อยู่บ้าง ไม่นับว่าพระชายาอ๋องจิ่งซึ่งเป็นแม่เลี้ยงนั้นรับมือยากเพียงใด อ๋องจิ่งเองก็ขึ้นชื่อว่าลำเอียงรักบุตรชายคนเล็ก
เขาไม่ใส่ใจบุตรชายคนโตสายตรงผู้นี้ ทั้งยังมีแต่ทุบตีด่าทอ หากไม่ใช่เพราะจักรพรรดิตงเหลียงกดดันไว้ ตำแหน่งซื่อจื่อคงเปลี่ยนมือไปนานแล้ว
เติบโตมาในสภาพแวดล้อมเช่นนั้น อวี๋เจิ้งหนานย่อมกังวลว่าหนูเนี่ยแต่งเข้าไปแล้วจะถูกเอาเปรียบและได้รับความคับข้องใจ
“ลูกใหญ่ นี่เป็นการหมั้นที่ไทเฮาพระราชทาน ทั้งเมืองต่างรู้กันทั่ว อีกทั้งเป็นเพียงเรื่องเข้าใจผิด จวนอ๋องจิ่งก็พยายามแก้ไขอย่างเต็มที่ ช่างเถิด” สิ่งที่ฮูหยินผู้เฒ่าอวี๋ใส่ใจยิ่งกว่าคือชื่อเสียงของตระกูลอวี๋
หากการแต่งงานครั้งนี้ไม่สำเร็จ อวี๋จือหนิงก็จะถูกถอนหมั้นถึงสองครั้ง
อวี๋เจิ้งหนานพลันลุกขึ้น หยิบกระดาษแผ่นหนึ่งออกจากแขนเสื้อ ตัวอักษรแน่นขนัดปรากฏเต็มแผ่น “นี่เป็นสิ่งที่เจ้าเขียนหรือ?”
เผยเสวียนเหลือบมองเพียงแวบเดียวแล้วพยักหน้า “ใช่”
จากนั้นอวี๋เจิ้งหนานถามอีกหลายข้อ เผยเสวียนตอบได้ฉับพลัน ไม่มีช่องโหว่แม้แต่น้อย
เพียงไม่กี่ประโยคก็ทำให้โทสะของอวี๋เจิ้งหนานคลายลงบ้าง
“ข้าเคยได้ยินฝ่าบาทตรัสชมว่าซื่อจื่อมีฝีมือไม่เลว ขอประมือสักคราได้หรือไม่?” อวี๋เจิ้งหนานถาม