รถม้ามุ่งหน้าไป
ทันใดนั้นก็มีเสียงหวีดหวิวเร่งร้อนดังขึ้น ชั่วพริบตา รถม้าก็เริ่มโคลงเคลง
“โอ๊ย!” ร่างของฮูหยินผู้เฒ่าอวี๋ถูกเหวี่ยงจนเอนไปข้างหน้าอย่างแรง อวี๋จือหนิงคว้าแขนของนางไว้แน่น “ท่านย่าระวังเจ้าค่ะ!”
ม้าร้องลั่น วิ่งพล่านไปตามย่านตลาดจนแผงค้าล้มระเนระนาด
“ท่านย่า!” อวี๋จือหนิงร้องลั่น
แรงเหวี่ยงทำให้ฮูหยินผู้เฒ่าอวี๋กระเด็นไปกระแทกผนังรถม้าดังโครม เกือบทำให้นางหมดสติ
ฮูหยินผู้เฒ่าอวี๋ตกใจจนหน้าซีดเผือด จับมืออวี๋จือหนิงไว้ไม่ยอมปล่อย “นี่... นี่มันเกิดอะไรขึ้น?”
“จวินจู รถม้าควบคุมไม่ได้แล้วเจ้าค่ะ!” อวิ๋นมอร้องตะโกนจากด้านนอก
ชั่วขณะหนึ่ง อวี๋จือหนิงแทบอยากเหวี่ยงฮูหยินผู้เฒ่าอวี๋ออกจากรถม้าเสียให้พ้น ความแค้นผุดขึ้นในใจ ก่อนจะถูกข่มลงไปอีกครั้งหลังผ่านไปเนิ่นนาน
อวี๋จือหนิงคว้าฮูหยินผู้เฒ่าอวี๋ไว้ แล้วดึงนางมาปกป้องไว้ด้านหลัง
ทันใดนั้นก็มีเสียงร้องตกใจดังขึ้น
“จวินจู ข้างหน้ามีกองฟาง รีบกระโดดลงจากรถม้าเถิดเจ้าค่ะ!” อวิ๋นชิงไม่รู้ว่าขึ้นไปนั่งตรงตำแหน่งสารถีตั้งแต่เมื่อใด สองมือดึงบังเหียนไว้แน่น “ม้าคลุ้มคลั่งแล้ว คุมไม่อยู่จริง ๆ เจ้าค่ะ”
อวี๋จือหนิงสูดหายใจลึก ก่อนดึงฮูหยินผู้เฒ่าอวี๋กระโดดลงจากรถม้า นางรองอยู่ด้านล่าง ทุกสิ่งหมุนคว้างไปหมด ฮูหยินผู้เฒ่าอวี๋ลงนั่งบนกองฟางอย่างปลอดภัย ทว่าร่างกว่าครึ่งยังทับขาของอวี๋จือหนิงอยู่
สาวใช้หลายคนที่ตามมาด้านหลังรีบเข้ามาช่วยพยุงขึ้น
ฮูหยินผู้เฒ่าอวี๋จึงได้สติกลับคืนมา “หนูเนี่ย เจ้าไม่เป็นไรใช่หรือไม่?”
