พูดจบ หลินปินก็ลุกขึ้นเดินไปทางตะวันตกของหมู่บ้าน
เจียงฉินหมินเห็นหลินปินมุ่งมั่นขนาดนี้ ในใจก็เกิดความสงสัยขึ้นมา
เขาเดินตามไป อยากรู้ว่าหลินปินจะเกลี้ยกล่อมเฉินเอ๋อร์วาให้ออกทะเลไปกับพวกเขาสองคนได้อย่างไร
ทั้งสองเดินผ่านหมู่บ้านจนมาถึงหน้ากระท่อมไม้หลังหนึ่งทางตะวันตกสุดของหมู่บ้าน
กระท่อมไม้หลังนี้มีขนาดเกือบเท่าบ้านของหลินปิน ผนังสร้างจากแผ่นไม้สนประกบกัน ส่วนหลังคาปูผ้ากันน้ำแล้วทับด้วยหญ้าคาอีกชั้น
นี่คือบ้านของเฉินเอ๋อร์วา
ตอนที่หลินปินกับเจียงฉินหมินมาถึง เฉินเอ๋อร์วากำลังตากอวนอยู่บนหาดทรายหน้ากระท่อม
“พี่เอ๋อร์วา!”
หลินปินร้องเรียกพลางเดินเร็ว ๆ เข้าไปหา
เฉินเอ๋อร์วาเหลือบมองหลินปินแวบหนึ่ง แล้วหันกลับไปตากอวนต่อ ทำเหมือนไม่ได้ยิน
เจียงฉินหมินกลั้นหัวเราะ เฉินเอ๋อร์วาคนนี้ยังทำตัวเหมือนเดิม ไม่ไว้หน้าใครทั้งนั้น
หลินปินพูดต่อว่า “พี่เอ๋อร์วา พรุ่งนี้ผมกับน้าเจียงจะออกไปจับฉลามไกลฝั่ง”
“ตอนนี้ยังขาดคนช่วย อยากรบกวนพี่หน่อยครับ”
เฉินเอ๋อร์วาไม่แม้แต่จะกะพริบตา พูดเสียงเย็นชาว่า “ไม่ว่าง”
เจียงฉินหมินกระแอมเบา ๆ แล้วหันหน้าไปหัวเราะอยู่คนเดียว
เขาบอกแล้วว่าไม่สำเร็จ หลินปินยังดึงดันจะลอง ทีนี้ก็หน้าแตกกลับมาแล้ว
หลินปินไม่ท้อ คนที่จะมาช่วยได้ก็ต้องเป็นเฉินเอ๋อร์วาเท่านั้น
การเตรียมงานจับฉลามเที่ยวนี้ แทบไม่มีอะไรที่ต้องให้เฉินเอ๋อร์วาลงมือ เขาชวนเฉินเอ๋อร์วาออกทะเลไปด้วยก็เพื่อป้องกันเหตุไม่คาดฝัน
ฉลามเสือโคร่งมีแรงระเบิดมหาศาล แรงดิ้นเพียงชั่วขณะอาจสูงถึงสองตัน หากเครื่องกว้านอวนรับแรงไม่ไหว มู่เล่ก็อาจแตกกระเด็นจนทำให้คนบาดเจ็บ แถมเชือกทั้งเส้นยังอาจถูกฉลามลากลงทะเลไปด้วย
