กิจการขายส่งของซุนเหว่ยซิน
ภายในห้องทำงาน
หยางหงค่อย ๆ ผลักประตูเข้าไปแล้วพูดว่า “ผู้จัดการไช่ครับ คนมาแล้ว”
ซุนเหว่ยซินเดินเข้ามาในห้องทำงาน มองคนที่นั่งอยู่หลังโต๊ะทำงาน ก่อนจะทรุดลงคุกเข่ากับพื้นดังตุบ
“ผะ...ผู้จัดการไช่...”
“ขอโทษครับ เป็นเพราะผมโลภเอง”
“เสียหายเท่าไหร่ผมก็ยินดีชดใช้ครับ!”
“ถ้าเงินไม่พอ ขอเวลาให้ผมหน่อยครับ ผมจะรีบไปหาเงินมาให้”
“เห็นแก่ที่หลายปีมานี้ผมช่วยคุณทำงานมาตลอด ช่วยไว้ชีวิตผมด้วยเถอะครับ”
พอพูดจบ ซุนเหว่ยซินก็ก้มลงโขกศีรษะอย่างแรง ตัวสั่นเทาจนหยุดไม่ได้
หวังหย่งที่เดินตามหลังมาอดเหลือบมองไปทางหลังโต๊ะทำงานไม่ได้
เห็นชายคนหนึ่งไว้ผมแสกสามเจ็ด สวมแว่นกรอบทอง ใบหน้าประดับด้วยรอยยิ้มเป็นมิตร กำลังมองซุนเหว่ยซินอยู่
หวังหย่งขมวดคิ้วเล็กน้อย ในใจรู้สึกสงสัยอยู่บ้าง
คนที่ดูเป็นมิตรขนาดนี้ ทำไมถึงทำให้ซุนเหว่ยซินกลัวได้ถึงขนาดนี้?
หวังจิ้นจวินมองผู้จัดการไช่ หัวใจพลันบีบรัด
ในชนบทมีคำกล่าวเก่าแก่ที่ว่า “หมากัดคนไม่เห่า” คำนี้เอามาใช้กับคนก็ได้เหมือนกัน
คนอย่างซุนเหว่ยซินที่โวยวายเสียงดัง อารมณ์เหมือนถังดินปืน พร้อมระเบิดทันทีที่ถูกจุดนั้น รับมือได้ง่ายกว่า
แต่ผู้จัดการไช่ตรงหน้า รอยยิ้มเป็นมิตรเป็นแค่ฉากบังหน้า ตัวจริงต้องเป็นคนโหดเหี้ยมแน่นอน
ไม่อย่างนั้นคงไม่ทำให้ซุนเหว่ยซินกลัวได้ขนาดนี้!
ทั้งสองยืนอยู่ข้างประตู ต่างคนต่างมีเรื่องในใจ ไม่มีใครกล้าพูด
หยางหงยืนนิ่งอยู่ด้านหลังซุนเหว่ยซิน มุมปากมีรอยยิ้มเย็นเยียบ แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรเช่นกัน
