ภายในห้องกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง เหลือเพียงเสียงกระดาษหน้าต่างที่ถูกลมพัดจนดังกรอบแกรบ
กู่อวี่ฝืนพยุงตัวลุกขึ้น ปิดประตูให้สนิท แล้วใช้ไม้ขัดประตูที่หักไปครึ่งหนึ่งค้ำเอาไว้
“ต้าเป่า พาน้อง ๆ ไปซุกตัวบนเตียงเตา อย่าวิ่งเล่น ประหยัดแรงไว้”
กู่อวี่กำชับ
ในเวลาที่ไม่มีทั้งอาหารและน้ำ การลดกิจกรรมคือหนทางเดียวที่จะรักษาอุณหภูมิร่างกายและกำลังเอาไว้
ต้าเป่าพยักหน้าอย่างรู้ความ เขาไล่น้อง ๆ ขึ้นไปบนเตียงเตาราวกับเป็นผู้ใหญ่ตัวน้อย แล้วใช้ผ้าฝ้ายขาด ๆ ผืนนั้นคลุมทุกคนไว้
กู่อวี่เริ่ม “ค้นหาทุกซอกทุกมุม” ภายในห้องที่มีพื้นที่ไม่ถึง 20 ตารางเมตร
ในฐานะเจ้าหน้าที่พิเศษระดับหัวกะทิ การค้นหาเป็นทักษะพื้นฐานของเธอ
ต่อให้มีแมลงวันซ่อนอยู่ในห้อง เธอก็หาเจอ
ทว่าความจริงนั้นโหดร้าย
ถังข้าวสารสะอาดยิ่งกว่าใบหน้าของเธอเสียอีก กระทั่งขี้หนูสักเม็ดก็หาไม่เจอ
บนเตามีเพียงเกลือครึ่งกระปุกกับผักป่าตากแห้งกำเล็ก ๆ
ชีวิตตอนนี้แย่ยิ่งกว่าตอนที่เธอฝึกหนักอยู่ในป่าแอมะซอนเสียอีก
กู่อวี่ถอนหายใจ สายตากวาดมองไปรอบห้อง
ท้ายที่สุด สายตาของเธอก็หยุดอยู่ใต้ตู้ไม้เก่าที่ขาหักไปข้างหนึ่ง
จากความทรงจำอันเลือนรางของเจ้าของร่างเดิม ตู้ไม้นี้ทำขึ้นเพื่อระลึกถึงชายคนนั้น
เจ้าของร่างเดิมให้ความสำคัญกับตู้ใบนี้มาก ปกติแม้แต่ลูก ๆ ก็ยังไม่ยอมให้แตะ
กู่อวี่เดินเข้าไปย่อตัวลง แล้วยื่นมือคลำดินใต้ตู้
ว่างเปล่าเหรอ?
ไม่สิ
ปลายนิ้วสัมผัสโดนแผ่นอิฐดินก้อนหนึ่งที่ขยับได้เล็กน้อย
กู่อวี่ฉุกคิดขึ้นมา ใช้เล็บจิกลงไปตามร่องอิฐแล้วงัดอย่างแรง
เสียง “กึก” ดังขึ้น
แผ่นอิฐดินถูกยกออก เผยให้เห็นโพรงเล็ก ๆ ข้างใต้
ข้างในมีถังกระป๋องเหล็กขึ้นสนิมใบหนึ่งวางอยู่
มีของจริงด้วย!
กู่อวี่หันกลับไปมองเด็ก ๆ บนเตียงเตา เมื่อเห็นทุกคนจ้องเธอตาไม่กะพริบ เธอจึงหันหลังให้แล้วแอบเปิดกระป๋องเหล็ก
กลิ่นอับของกระดาษเก่าลอยปะทะจมูก
ในกระป๋องไม่มีเงินเก็บก้อนโตหรือทองแท่งอย่างที่เธอหวังไว้
มีเพียงคูปองอาหารไม่กี่ใบ มูลค่าแต่ละใบไม่มากนัก กับซองจดหมายใบหนึ่งที่เหลืองซีดไปแล้ว
คูปองอาหารใช้ได้ทั่วประเทศ ถึงจะมีไม่มาก แต่ในเวลานี้มันแทบไม่ต่างจากเครื่องรางช่วยชีวิต!
คูปองไม่กี่ใบนี้แลกธัญพืชหยาบได้หลายสิบชั่ง เพียงพอให้เด็ก ๆ ประทังชีวิตไปจนพ้นเดือน!
กู่อวี่เก็บคูปองอาหารใส่กระเป๋าเสื้อชั้นในอย่างระมัดระวัง จากนั้นก็หยิบซองจดหมายขึ้นมา
บนซองไม่มีแสตมป์ มีเพียงข้อความหนึ่งบรรทัดที่เขียนด้วยปากกาหมึกซึม ลายมือทรงพลังหนักแน่น
【คุณหนูกู่อวี่เปิดอ่าน】
ลงวันที่เมื่อสี่ปีก่อน
นี่คือ…จดหมายที่นายทหารคนนั้นทิ้งไว้หรือ?
กู่อวี่ดึงกระดาษจดหมายออกมาแล้วกวาดตาอ่านอย่างรวดเร็ว
ลายมือหนักแน่นทะลุกระดาษ แม้เวลาจะผ่านไปถึงสี่ปี เธอก็ยังสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายแข็งกร้าวดุดันของผู้เขียน
เนื้อหาในจดหมายเรียบง่าย โดยสรุปคือเขาขอบคุณเธอที่ช่วยชีวิต ภารกิจครั้งนี้อันตรายอย่างยิ่ง ไม่รู้ว่าจะได้กลับมาเมื่อไร เพื่อเป็นการตอบแทน หากวันหน้าเธอประสบปัญหา สามารถนำจดหมายฉบับนี้ไปขอความช่วยเหลือจากกองทัพทางตะวันตกเฉียงเหนือได้
แต่ตรงมุมล่างสุดของกระดาษ มีข้อความตัวเล็กจิ๋วบรรทัดหนึ่ง เหมือนเขียนขึ้นอย่างเร่งรีบ
【หากตกอยู่ในสถานการณ์คับขัน ให้ไปที่กองร้อยสามแห่งเขตทหารตะวันตกเฉียงเหนือ แล้วแจ้งรหัส “หมาป่าพิษ”】
หมาป่าพิษ?
ม่านตาของกู่อวี่หดเล็กลงเล็กน้อย
ในเครือข่ายข่าวกรองของชาติที่แล้ว เธอเคยได้ยินรหัสนี้มาก่อน
มันคือคมดาบของกองทัพหัวกั๋ว เป็นยอดทหารปริศนาที่ทำให้กองกำลังต่างชาติหวาดหวั่นจนขวัญหนีดีฝ่อ
หรือว่า “หมาป่าพิษ” จะเป็นรหัสของชายที่มีความสัมพันธ์กับเจ้าของร่างเดิม?
สัญชาตญาณของเจ้าหน้าที่พิเศษบอกเธอว่า ตัวตนของฮั่วถิงเยวียน หรือ “หมาป่าพิษ” ชายที่มีความสัมพันธ์กับเจ้าของร่างเดิม ต้องไม่ธรรมดาแน่
กู่อวี่วางจดหมายลง แล้วหยกครึ่งชิ้นขึ้นมาอีกครั้ง
หยกเก่าแก่ สีขาวอมเขียว เย็นฉ่ำเมื่อสัมผัส ราวกับก้อนหินที่แช่อยู่ในตาน้ำกลางหุบเขาลึกมานานหลายปี
เธอค่อย ๆ ลูบผิวหยกด้วยนิ้วหัวแม่มือ เนื้อหยกละเอียดเนียน ไม่มีตำหนิแม้แต่น้อย เห็นชัดว่าไม่ใช่ของที่ครอบครัวธรรมดาจะมีปัญญาหามาได้
เดิมทีหยกชิ้นนี้เป็นวงกลม ถูกผ่าแบ่งครึ่งอย่างเรียบร้อยตรงกลาง รอยตัดถูกขัดจนเรียบเนียนอย่างยิ่ง เห็นได้ชัดว่าจงใจทำ ส่วนอีกครึ่งไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน
ด้านหน้าสลักหัวหมาป่า ลวดลายเรียบง่ายแต่หนักแน่นทรงพลัง ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย เขี้ยวเผยออกมาครึ่งหนึ่ง แม้ไม่แสดงความโกรธก็ยังน่าเกรงขาม ราวกับพร้อมจะกระโจนเข้ามากัดคอคนได้ทุกเมื่อ
กู่อวี่จ้องดวงตาหมาป่าคู่นั้นอยู่ครู่หนึ่ง ปลายนิ้วชะงักลงบนลายสลักเบา ๆ
เธออดนึกถึงเงาด้านข้างอันเลือนรางในความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมไม่ได้
กู่อวี่กำหยกไว้ในฝ่ามือ แล้วค่อย ๆ กำมือแน่นขึ้น
“แม่ เจอของกินหรือยังครับ?”
ลูกหกเป็นเด็กหัวไว เขาชะโงกหน้าออกมาถามด้วยเสียงอ้อแอ้ ทำลายห้วงความคิดของกู่อวี่
กู่อวี่รีบเก็บหยก แล้วหันกลับมา รอยยิ้มจริงใจครั้งแรกนับตั้งแต่เกิดใหม่ผุดขึ้นบนใบหน้า
“เจอแล้ว”
เธอชูคูปองอาหารไม่กี่ใบในมือ ถึงจะเป็นแค่กระดาษ แต่ในสายตาของเด็ก ๆ มันไม่ต่างจากหมั่นโถวหอมกรุ่น
“คืนนี้เราไม่กินโจ๊กเหลวแล้วนะ แม่จะทำแกงแป้งปั้นให้กิน!”
“ว้าว! แกงแป้งปั้น!”
“มีข้าวกินแล้ว!”
เด็ก ๆ ส่งเสียงเฮอยู่บนเตียงเตา แม้แต่ต้าเป่าที่สุขุมที่สุดก็ยังมีแววปรารถนาวูบไหวในดวงตา
แต่กู่อวี่รู้ดี
คูปองอาหารแค่นี้ไม่ต่างจากหยดน้ำในถ้วย
หากต้องการหลุดพ้นจากชีวิตที่มีมื้อกินบ้างอดบ้าง และสลัดญาติหน้าเลือดกลุ่มนั้นให้พ้นจากการตามรังควาน
ทางออกเดียวคือไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ!
ไปตามหา “หมาป่าพิษ” ฮั่วถิงเยวียน!
แต่การเดินทางตามหาญาติไกลนับพันลี้ ต้องใช้ทั้งค่าเดินทาง เสบียงแห้ง และร่างกายที่แข็งแรง
อาศัยคูปองอาหารไม่กี่ใบนี้ แค่จะเดินออกจากอำเภอก็ยังลำบาก
กู่อวี่ทอดสายตาผ่านหน้าต่างผุพัง มองไปยังภูเขาที่ทอดตัวขึ้นลงต่อเนื่องกันอยู่หลังบ้าน
ภูเขาลูกนั้นเรียกว่าป่าลึกเก่าแก่ ได้ยินว่าข้างในมีทั้งหมาป่าและหมูป่า แม้แต่นายพรานในหมู่บ้านยังไม่กล้าเข้าไปลึก
แต่ในสายตาของกู่อวี่ ที่นั่นไม่ใช่สถานที่อันตราย
แต่เป็นยุ้งฉางธรรมชาติขนาดมหึมา
“ต้าเป่า” กู่อวี่เอ่ยขึ้นกะทันหัน
“ครับแม่!” ต้าเป่าขานรับทันที
“ไปหามีดฟืนขึ้นสนิมที่บ้านมา ลับให้คมหน่อย”
กู่อวี่ลุกขึ้นยืน ความหม่นหมองบนตัวสลายไปจนหมด แทนที่ด้วยความตื่นเต้นของนายพรานที่กำลังจะออกล่า
“พรุ่งนี้เช้า แม่จะพาลูกเข้าป่า”
“เข้าป่าเหรอ?!”
ต้าเป่าตกใจ “แม่ ในป่ามีเสือ จะกินคนด้วย!”
“กลัวอะไร?”
กู่อวี่เดินเข้าไปลูบหัวกลม ๆ ของต้าเป่าที่ดูห้าวหาญ ปลายนิ้วสัมผัสได้ถึงกะโหลกแข็ง ๆ ของเด็กน้อย
“ขอแค่เราสองแม่ลูกร่วมแรงร่วมใจกัน ต่อให้เสือโผล่มา เราก็จับมันมากินได้!”