“ซื่อเป่า! รีบวิ่งขึ้นฝั่งเร็ว!”
เสียงร้องอย่างสิ้นหวังของกู่อวี่ถูกเสียงคำรามของกระแสน้ำเชี่ยวกรากกลืนหายไปในพริบตา
ผิวน้ำอ่าวลั่วเสียที่เคยสงบนิ่ง บัดนี้กลับคล้ายสัตว์ร้ายสีเหลืองตัวมหึมาที่ตื่นจากหลับใหล อ้าปากเหม็นคาวกว้าง กลืนกินซากไม้และก้อนหินตลอดทางลงไปในคำเดียว
ซื่อวาซึ่งอายุเพียง 4 ขวบ กำลังยืนอยู่บนก้อนหินลื่นที่มีตะไคร่น้ำปกคลุม
เมื่อครู่เขามัวแต่ตั้งอกตั้งใจสังเกตความเร็วของกระแสน้ำ พอรู้ตัว คลื่นสูงสองเมตรก็ซัดเข้ามาใกล้จนแทบจะถึงตัวแล้ว
“แม่!”
ถึงอย่างไรซื่อวาก็เป็นเพียงเด็ก 4 ขวบ ใบหน้าเล็ก ๆ ที่ปกติฉลาดและสุขุมเต็มไปด้วยความหวาดกลัว เท้าพลันลื่นจนทั้งร่างร่วงลงไปในน้ำขุ่นเย็นเยียบ
“ไอ้สารเลว กล้าดียังไง!”
ฮั่วถิงเยวียนเบิกตาแทบถลน เสียงคำรามอย่างเดือดดาลหลุดจากลำคอราวกับสัตว์ป่า
ฮั่วถิงเยวียนไม่ลังเลแม้แต่น้อย รองเท้าทหารหนังกลับที่สวมอยู่ยังถอดไม่ทัน ร่างทั้งร่างก็พุ่งลงไปในกระแสน้ำเชี่ยวที่พร้อมกลืนกินทุกสิ่งราวกับลูกธนูหลุดจากคันศร
หลินเสวี่ยกับทหารหญิงจากคณะศิลปะและวรรณศิลป์หลายคนบนฝั่งตกใจจนทรุดลงกับพื้นเมื่อเกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้นกะทันหัน
“ตายแล้ว! น้ำป่ามาแล้ว! ผู้การฮั่วกระโดดลงไปแล้ว!”
“น้ำเชี่ยวขนาดนี้ ตกลงไปแล้วยังจะรอดได้ยังไง? เด็กบ้านนอกคนนั้นเป็นตัวซวยจริง ๆ จะทำให้ผู้การต้องตายไปด้วย!”
หลินเสวี่ยยกมือปิดปากกรีดร้อง แต่แววตากลับวาบผ่านความสะใจอันชั่วร้ายอย่างรวดเร็ว