“เบียดเข้าไปข้างใน! ทุกคนเบียดเข้าไปอีก! นี่เป็นรถเที่ยวสุดท้ายที่จะไปตำบลซาจิ่งแล้ว ถ้าขึ้นไม่ทันก็รอเป็นอาหารหมาป่าอยู่ตรงนี้ได้เลย!”
คนขับหน้าตาดุร้ายมีเนื้อปลิ้นเต็มแก้ม คาบบุหรี่มวนที่เหลืออยู่ครึ่งหนึ่ง มือกวัดแกว่งด้ามหมุนจนเกิดเสียงหวือหวา
เขาตะโกนใส่ผู้คนที่เบียดเสียดกันอยู่ในกระบะรถราวกับปลาซาร์ดีน
ที่นี่เป็นสถานีเปลี่ยนรถแห่งหนึ่ง ห่างจากเมืองหลานไปทางเหนือ 200 ลี้ ถัดขึ้นไปทางเหนือก็คือเขตหนาวเหน็บอย่างแท้จริง
เส้นทางไปกองทหารรักษาชายแดนไม่มีรถไฟแล้ว มีเพียงรถบรรทุกเจี่ยฟ่างคันใหญ่ที่ใช้ขนส่งเสบียงแบบนี้เท่านั้น
หรือที่เรียกกันติดปากว่า “รถกระป๋องปิดตาย”
แม้ด้านบนกระบะรถจะคลุมด้วยผ้าใบ แต่ผืนผ้าใบก็ขาดเป็นรูใหญ่หลายแห่ง
ลมจากตะวันตกเฉียงเหนือพัดราวกับใบมีด แทรกผ่านรูเข้ามาไม่หยุด
“แม่ ที่นี่มีแต่ฝุ่นเต็มไปหมด ป้าคนนั้นก็กลอกตาใส่พวกเราไม่หยุดเลย”
เด็กหกกอดเจ้า “แมวใหญ่” ซึ่งเป็นแมวป่าพลางกระซิบข้างหูกู่อวี่
คนที่เขาหมายถึงคือหญิงวัยกลางคนซึ่งนั่งอยู่บนม้านั่งเตี้ยฝั่งตรงข้าม
ผู้หญิงคนนี้ดูแปลกแยกจากผู้คนในรถที่มอมแมมไปด้วยฝุ่นดินอย่างเห็นได้ชัด
ผมบนศีรษะดัดเป็นลอนเล็กทันสมัย ใบหน้าพอกครีมบำรุงผิวหนาเตอะ สวมเสื้อโค้ตผ้าขนสัตว์สีแดงเข้ม
เวลานี้เธอกำลังบีบจมูก พลางมองครอบครัวของกู่อวี่ด้วยสีหน้ารังเกียจ
“ซวยไปแปดชั่วโคตรจริง ๆ ที่ต้องมาเบียดรถคันเดียวกับขอทานเป็นฝูง”