ทุกคนที่อยู่ตรงนั้นต่างรู้ดีว่าคนคนนั้นเป็นใคร
เฉาอวี่ซินมองใบหน้าหล่อคมของเฟิงฉีที่แฝงความนักเลงไว้ ใจพลันรู้สึกเศร้าขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก
“หัวหน้า คุณตามหาแม่ทัพหลินมาหนึ่งปีแล้ว วันสิ้นโลกก็ผ่านมาได้หนึ่งปีแล้ว ด้วยความสามารถของเธอ ถ้ายังมีชีวิตอยู่ก็น่าจะไปถึงฐานฟางเจิ้งนานแล้ว แต่จนถึงตอนนี้เธอก็ยังไม่มาหาพวกเรา แสดงว่าเธออาจจะ...”
“หุบปาก” เฟิงฉีขมวดคิ้วอย่างไม่สบอารมณ์ บิดคอไปมา ก่อนพูดเสียงเย็นชา “เธอไม่มีทางตาย และไม่มีทางกลายเป็นซอมบี้ ไม่มีวันเป็นไปได้”
“แต่คุณขัดแย้งกับหัวหน้าเพราะเธอมาตลอด แบบนี้ไม่เป็นผลดีกับคุณเลย...”
“หึ...” เฟิงฉีก้มหน้าหัวเราะเบา ๆ รอยยิ้มของเขาโอหังและตามใจตัวเอง “แม่งเอ๊ย เส้าซินหยางก็แค่โชคดีเท่านั้นแหละ ในวันสิ้นโลกพลังพิเศษของมันเก่งกว่าคนอื่นนิดหน่อย ถ้าสู้กันจริง ๆ ด้วยอาวุธครบมือ มันอาจไม่ใช่คู่มือฉันก็ได้”
เฉาอวี่ซินจนใจ “แต่ในวันสิ้นโลก พลังพิเศษก็เหนือกว่าหมัดมวยอยู่แล้ว เส้าซินหยางนั่นกดคุณไว้ได้จริง ๆ”
เฟิงฉีเกลียดลูกน้องเจ้าระเบียบที่ทำหน้าบึ้งตึงอยู่ตลอดเวลาอย่างเธอที่สุด “พูดอะไรให้มันน่าฟังหน่อยไม่ได้หรือไง อีกอย่าง ฉันเชื่อว่าถ้าฉันหาเจอหลินปู้อวี่ เธอต้องจัดการเส้าซินหยางได้แน่”
ไม่มีใครโต้แย้งคำพูดนี้
เมื่อก่อนความสามารถของหลินปู้อวี่ในกองทัพแทบจะเป็นตำนาน
ไม่มีใครไม่เชื่อมั่นในฝีมือของเธอ ภารกิจที่ออกไปทำตั้งมากมาย ไม่เคยพลาดสักครั้ง
เฉาอวี่ซินคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “แต่จนถึงตอนนี้ คุณก็ยังหาแม่ทัพหลินไม่เจอ”
เสียงของเธอเพิ่งเงียบไป เสียงตะโกนราวกับหมาเห่าของจ้าวลี่เต๋อก็ดังมาจากไม่ไกล “พี่เฟิง พี่เฟิง พี่เฟิง! ข่าวใหญ่ ข่าวดี รีบ...”
“จ้าวลี่เต๋อ?”
เฟิงฉีหันไปมองด้านหลัง จ้าวลี่เต๋อวิ่งหน้าตั้งมาทางพวกเขาแทบจะคลานอยู่แล้ว
จ้าวลี่เต๋อเป็นหนึ่งในลูกน้องที่เขาส่งไปตามหาหลินปู้อวี่
พอได้ยินว่าเป็นข่าวดี เฟิงฉีที่เมื่อครู่ยังวางมาดเย็นชาอยู่ก็พลันตาเป็นประกาย แล้ววิ่งไปหาจ้าวลี่เต๋ออย่างรวดเร็ว
คนอื่น ๆ รีบตามไปด้วย
“จ้าวลี่เต๋อ นายเจอหลินปู้อวี่แล้วใช่ไหม?”
