หลังฟังคำอธิบายของเจียงอวี๋ ชายคนนั้นก็มีสีหน้าประหลาดใจอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะก้มหน้าลงอย่างหดหู่ แล้วพูดเสียงอู้อี้ว่า “ที่คุณพูดมาถูกแล้ว ตั้งแต่เด็กจนโต พ่อแม่ก็ไม่เคยชอบผมเลย พวกเขารักแต่น้องชายผม
“ผมพยายามทุกทางเพื่อเอาใจพวกเขา แต่ในสายตาพวกเขา ไม่ว่าผมทำอะไรก็ผิดไปหมด
“มีแค่ตอนที่มาขอเงินผมเท่านั้นที่พวกเขาจะทำตัวเหมือนพ่อแม่อยู่ชั่วครู่ พอได้เงินไปแล้วก็เปลี่ยนสีหน้าทันที”
เจียงอวี๋ถอนหายใจอย่างจนใจ แล้วปลอบเขาว่า “ถึงคุณจะมีวาสนากับญาติพี่น้องน้อย แต่ตัวคุณเองก็เอาการเอางาน อาศัยทุนการศึกษากับทำงานพิเศษส่งตัวเองเรียนจนจบมหาวิทยาลัยชื่อดังได้
“คุณยังได้พบภรรยาคนปัจจุบันในรั้วมหาวิทยาลัยด้วย พวกคุณรักกันมาก ภรรยาคุณเป็นผู้หญิงที่ดีมาก ถึงครอบครัวคุณจะไม่ยอมช่วยออกเงินซื้อรถซื้อบ้านหรือให้สินสอดสักหยวนเดียว เธอก็ยังยืนกรานจะแต่งงานกับคุณ
“หลังแต่งงาน พวกคุณต่างก็มีงานเงินเดือนดี แถมยังซื้อบ้านกับรถในเมืองเอได้ ชีวิตมีความสุขและสมบูรณ์พูนสุขมาก
“จนกระทั่งพ่อแม่จากบ้านเกิดของคุณมาหาถึงที่”
พอได้ยินถึงตรงนี้ ชายคนนั้นก็ดูเจ็บปวดอย่างยิ่ง เขากุมหัวด้วยสองมือ สีหน้าแทบสิ้นหวัง ราวกับถูกอะไรบางอย่างกดทับจนหายใจไม่ออก
“ปกติพ่อแม่ไม่เคยสนใจไยดีผมเลย แต่พอผมมีชีวิตความเป็นอยู่ดีขึ้น พวกเขาก็รีบเข้ามาเกาะติด ถึงยังไงพวกเขาก็เป็นพ่อแม่ มีบุญคุณเลี้ยงดูผมมา ผมก็เลยไล่พวกเขาไปไม่ได้
